รีวิว “ศรีลังกา” เท่าที่เห็น Stop over 3 วัน 2 คืน ไปไหนทำอะไรมาบ้าง

  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

พูดถึง “ศรีลังกา” คงมีคนไทยน้อยคนที่จะรู้ว่ามีความน่าสนใจ น่าไปเที่ยวอยู่เยอะมาก ศรีลังกาเป็นประเทศเกาะเล็กๆที่อยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย “ที่ไม่เหมือนอินเดีย”  คือตอนเราจะไปศรีลังกาเราก็คิดว่าคงต้องวุ่นวาย คนเยอะๆรีบๆเร่งๆแบบอินเดีย แต่เปล่าเลย! ศรีลังกาแบบชิลล์มาก มีความเหมือนเมืองไทย 99% เอาเป็นว่าถ้าในภาพใส่คนไทยเข้ามาทุกคนต้องคิดว่าคือเมืองไทย

ปลายทางของทริปเราอยู่ที่เกาะ Gan island เกาะใหญ่อันดับสองของประเทศ Maldives ไหนๆเราก็บิน SriLankan Airlines แล้วไปทีเดียวเที่ยวสองประเทศเลย ก็เลยขอ stop over แวะเที่ยวกันเล็กๆน้อยๆ 3 วัน  ซึ่งการไปเที่ยวศรีลังกาคือง่ายมากเพราะเราสามารถขอ Visa online ได้เลย หรือถ้าไป Transit แวะเที่ยวแค่โคลัมโบ สามารถขอ Transit visa ได้ฟรีด้วย แต่แบบนั้นจะอยู่ได้ 2 วันนะ   ก็เลือกเอาว่าจะเที่ยวกี่วันตามสะดวก

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องวีซ่า >> https://www.eta.gov.lk/slvisa/visainfo/fees.jsp?locale=en_US

จริงๆแล้ว SriLankan Airlines มีไฟล์ทบินจากกรุงเทพเยอะมากนะ มีเวลาให้เลือกเยอะตามที่คุณชอบเลย เราเลือกเที่ยวบินที่ออกประมาณ 9:10 นาที ใช้เวลาเดินทางบินประมาณ 3 ชั่วโมงก็จะมาถึง Colombo เมืองหลวงของประเทศศรีลังกาแล้ว

บรรยากาศในเครื่องประมาณนี้เลย สะอาดสะอ้านดี ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ( คนศรีลังกา กับ อินเดียไม่เหมือนกันนะ ตอนแรกเราคิดว่าจะเหมือน )

ที่นั่งกว้างใช้ได้ครับนั่งสบายโอเค อาหารอร่อยถูกปากคนไทยทานได้ชัวร์  ข้อเสียที่เจออย่างเดียวสำหรับไฟล์ทที่ผมนั่งคือ  “ไม่มีจอ”  แต่นั่ง 3 ชั่วโมงก็ถือว่าโอเคไม่ได้รู้สึกว่าขาดอะไร ฟังเพลงนอนหลับไปแป้ปเดียวถึง

อาหารโอเคเลย คิดว่าออกจากครัวไทยนะ ผมเลือก ข้าวไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว  ครัวไทยแน่นอน รสชาติแบบใช่เลย 555

โอเคครับมาถึงสนามบิน รับกระเป๋าแล้วขึ้นรถ ( แอบเม้าท์ว่า ตม. ศรีลังกาทำงานช้ามากกกกกกกกกกกกก อ่อยอิ่งอะไรเบอร์นั้น แต่รวมๆแล้วรอไม่นานอะเพราะคนมาไม่เยอะ )  พอรับประเป๋าเสร็จก็ออกมาเจอคนขับรถที่เป็นไกด์ในตัว คนที่จะพาเราเที่ยวในทริปนี้

ทริปนี้เราไปกับ SriLankan Holidays คือซื้อเป็นแพคเกจรวมตั๋วเครื่องบินกับทัวร์ไปด้วยเลย ถ้าให้เทียบก็คือทัวร์เอื้องหลวงของการบินไทยอะครับ  ซึ่งผมว่าอันนี้มันก็สะดวกสบายดีนะคือแบบเหมือนเหมาคนขับรถแหละ ค่อนข้าง flexible เราอยากไปจุดไหนพิเศษก็บอกคนขับได้เค้าก็จะพาเราไปอะไรงี้ หรืออย่างคนขับที่เราได้ผมว่านิสัยดีเลย ไม่งอแง คือช่วงพระอาทิตย์ตกพวกเราถ่ายรูปกันนานเค้าก็ไม่ได้เร่งอะไร

 

จากสนามบินเรามุ่งหน้าลงใต้กันที่เมือง Galle อ่านว่า กอลล์ หนึ่งในเมืองชายทะเลที่สวยและมีเสน่ห์ที่สุดของประเทศศรีลังกา  อยู่ห่างจากโคลัมโบประมาณ 120 กิโลครับระหว่างทางก็นั่งดูข้างทางไปเพลินๆ บรรยากาศที่ศรีลังกาคือเหมือนไทยมากกกกกกกกกก ก.ไก่ล้านตัว เหมือนมากจริงๆ คือแบบทั้งบ้านเมือง ทั้งถนน อะไรเหมือนหมด

และแล้วก็มาถึงเมือง กอลล์ฮะกันตอนช่วงเย็นละ ซึ่งกอลล์เนี้ยนอกจากเค้าจะมาเที่ยวทะเลกันแล้ว ก็มาดูป้อมปราการ สไตล์ตะวันตกอะไรแบบนี้ด้วย เพราะกอลล์เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพราะเคยถูกปกครองโดยชาติตะวันตกมายาวนานกว่า 100 ปีเปลี่ยนมือหลายชาติ เลยมีศิลปะหลงเหลือให้ได้ชมกัน

 

จุดที่เราไปแวะชมก็คือ Dutch Reformed Church หนึ่งในโบสถ์นิกายโปรเตสแตนด์ที่เก่าแก่ที่สุดในศรีลังกา

จากนั้นไปต่อใกล้ๆกันไปดู ป้อมปราการเมืองกอลล์ (Galle Fort)  ป้อมปราการขนาดใหญ่ยักษ์ ที่ได้นรับยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกด้วย   ตรงนี้ก็จะมีคนที่นั่นมาเดินเล่น ชมวิว ออกกำลังกายเยอะแยะเลยฮะ วิวดีมากๆ  เราใช้เวลาอยู่กันตรงนี้นานพอสมควรทีเดียว

จากนั้นพี่คนขับก็พาเราไปแวะถ่ายรูปที่ จุดชมวิวประภาคารกอลล์ (Galle Lighthouse)  ตรงนี้ล่ะฮะที่บอกว่าเราอยู่ถ่ายรูปกันจนถึงพระอาทิตย์ตกเลย

แต่เราไม่ได้นอนที่เมือง Galle นะขับรถต่อไปนอนเมืองใกล้ๆกันที่ Marriott Bay Weligama Resort & Spa เมือง Weligama  ห้องใหญ่โต เรียบหรูดูผู้ดีตามสไตล์โรงแรมเครือ Marriott ครับเราทานอาหารเช้าและค่ำกันที่นี่รสชาติดีเลยทีเดียว

วิวจากระเบียงห้องพักมองไปก็เห็นทะเลเลย ( วันนี้อากาศไม่เป็นใจ ชิวว่าถ้าวันที่อากาศสดใสคงสวยมากๆๆ )

หนึ่งในภาพที่ดึงดูดให้ทุกคนมา Galle ก็คือ ภาพนี้ฮะ  Stilt Fisherman !  วิธีการตกปลาแบบโคตรดั่งเดิมของชาวศรีลังกา ด้วยความที่แต่ก่อนนานมาปลาอุดมสมบูรณ์มาก แค่นั่งปักเสาในทะเล เอาเบ็ดเกี่ยวก็ได้ปลาแล้ว !  ก็เลยกลายเป็นภาพที่ทุกคนที่มาเที่ยวศรีลังกาอยากมาเห็นอยากมาถ่ายรูปครับ

หมายเหตุ : เราจะบอกไว้เลยแล้วกันว่า ตอนนี้แทบไม่มีหลงเหลืออะไรแบบนี้แล้ว ( อาจจะมีตกจริงๆบ้างแต่คงน้อยมากและหายากมาก) ผมคิดว่าด้วยความที่โลกมันเปลี่ยนไปหาปลาแบบนี้คงไม่มีให้ตกแล้วล่ะ  ชาวประมงในภาพตอนนี้เป็นธุรกิจล้วนๆอะ  คือเค้ามีอาชีพ “รับจ้างแสดงเพื่อถ่ายรูป”  ดังนั้น……. ก็เลยบอกไว้ก่อนว่าทั้งหมดนี้เป็นการตกลงค่าตัวและจ้างถ่ายนะ ใครไปตามรอยตามรีวิวเราแล้วจะได้ไม่ช็อคเหมือนเรา ที่แบบเอ้ย! อะไรวะ นี่การแสดงเหรอไรงี้

Reference rate : สำหรับนักแสดงชาวประมง 3-4 คน  กรุ๊ปเรา(มี5คน) เสียเงินไป 5000 LKR หรือประมาณ 1000 บาทไทยครับ ถ่ายได้ประมาณ 20 นาที

ถ่ายกับนักแสดงทั้งหลาย เฮ้ย!ชาวประมงทั้งหลาย จริงๆพวกเค้าก็น่ารักดี เวลาที่ไม่ได้คุยเรื่องเงินอะนะ เค้าชอบถ่ายรูปชอบ selfie  กลับกลายเป็นว่าเราชอบถ่ายรูปพวกเค้าตอนเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ไปยืนแสดงบนเสาตกปลามากกว่าซะอีก

จากนั้นเราก็นั่งรถกันยาวๆปลายทางอยู่ที่เมืองยอดฮิต Kandy  ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ระหว่างทางก็มีแวะทานข้าวรอบหนึ่ง แวะปั้มให้เข้าห้องน้ำบ้างอะไรบ้างนะ  จุดแรกที่คนขับรถเราพาไปคือจุดชมวิวเมือง Kandy   ที่จุดนี้คือดีงาม มองเห็นวิวเมืองทั้งเมืองได้หมดเลย ต้องมา!

ถ่ายรูปกันเสร็จแล้วก็เลยบอกคนขับให้ไปปล่อยพวกเราเที่ยวตลาดหน่อย อยากเดินตลาดกลางเมืองสัมผัสวิถีชีวิตคนที่นี่บ้าง ก็จัดไปฮะ พี่คนขับปล่อยเราเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงระหว่างนี้ก็เพลิดเพลิน เดินเล่นไปเรื่อย ศรีลังกาคนเป็นมิตรครับค่อนข้างปลอดภัยทีเดียว ชิวว่าบรรยากาศดูปลอดภัยว่าอินเดียนะ เท่าที่เราสัมผัส

เงาะอะไรทำไมสีแดงทั้งลูก

เดินเข้าร้านขนมฮะ ไปหาเบเกอรี่แบบบ้านๆทานกัน แล้วราคาก็ถูกมาก!!! แบบชิ้นละ 10-20 บาทเอง

อันซ้ายเรียกว่า hopper เป็นเหมือนแป้งขนมครกแต่ทำเป็นแผ่นบางๆอะ อันนี้ถูกด้วยอร่อยด้วยเราชอบสุดเลย  เอามากินเป็นขนมก็ได้หรือกินกับแกงก็ได้นะ

อันนี้เค้าทำเลียนแบบลูกแอปเปิ้ล รสจะคล้ายๆบราวนี่แต่โคตรหวาน หวานตาแตกมาก 5555

ตอนเย็นเราไปดูโชว์ชื่อดังของเมืองฮะ Kandy colorful show   ให้ลืมภาพความอลังการของโชว์บ้านเราไปก่อน อันนี้เหมือนไปดูในโรงละครย้อนยุค มีความบ้านๆสูงมาก  แต่โชว์โดยรวมแล้วก็สนุกสนานดีนะ เป็นการแสดงวัฒนธรรม การเต้น ชุด เหมือนของหลายๆชนเผ่าอะไรงี้ ก็เพลินๆใช้เวลาประมาณ 45 นาที ราคาไม่แพงด้วย

ปิดท้ายด้วยวัดพระเขี้ยวแก้ว Temple of the Sacred Tooth Relic  แลนด์มาร์คที่ต้องห้ามพลาดของเมือง Kandy เลยครับ  อันนี้ชมกันตรงๆว่าเป็นวัดที่สวยและรู้สึกได้ถึงแรงศรัทธามากๆ  เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยอินกับวัดนัก (คงเพราะเห็นมาเยอะ) แต่ที่นี่เราชื่นชมจริงๆว่าสวยจริงและควรค่าแก่การมาชมจริงๆ

บรรยากาศคือขลังมาก ผู้คนศรีลังกาคือมีแรงศรัทธาในศาสนาสูงมากๆๆๆๆๆ แบบรู้สึกได้

ขนาดเรามาตอนเย็นแล้วคนยังเยอะเลยครับ ก็ค่อนๆเดินตามแถวเข้าไปนะ จะวนไปถึงชั้นบนที่มีพระเขี้ยวแก้วอยู่ (ตรงพระเขี้ยวแก้วไม่ให้ถ่ายภาพ)

เสร็จภารกิจสำรวจ Kandy แล้วเข้าที่พักกันครับ สำหรับที่พักเราคืนนี้ชื่อ  Earls Regency Hotel, Kandy  เป็นโรงแรม 4 ดาวที่ดีมากๆเราแนะนำเลย  วิวดี เตียงดี อาหารดี สระว่ายน้ำใหญ่มากกกกกกกกกกกก

DAY3 :  วันที่ 3 วันสุดท้ายละเรานั่งรถกลับไปเที่ยวเมืองโคลัมโบกัน ระหว่างทางก็บอกพี่คนขับว่าเราขอแวะโรงงานชาหน่อย คือศรีลังกาดังชาไงก็เลยอยากไป … แต่พอไปแล้วยาวเลย เค้ามีอธิบายขั้นตอนการทำชาให้เราฟรีๆด้วย ฟังเพลินเลยฮะ

พนักงานก็มาอธิบายให้เราฟัง เราก็ได้เข้าใจว่าอ๋อออออ ชาที่เราเห็นๆปลายทางแต่ละแบบมันเกิดจากแบบนี้ๆนะ  ได้ดูกระบวนการทำชาเลย

คนนี้ล่ะคนบรรยายของเรา

แล้วพอจบการบรรยายก็มีให้ชิมชาฟรีด้วยนะ  ถ้าถูกใจชาตัวไหนก็เลือกซื้อกลับบ้านได้ ( เราก็ได้กลับมาแพคใหญ่เลย )

จากนั้นเราก็ไปทานอาหาร Local food กันบ้าง มาแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ อาหารศรีลังกาสำหรับเราถือว่า “ผ่าน” อันนี้เอาเทสเราเป็นที่ตั้งนะเราว่ามันทานได้ แต่ให้ทานทุกมื้อก็ไม่ไหวอะ 5555555   ( ที่เราชอบอาหารที่ศรีลังกาสุดคือ อาหารจีน มันอร่อยมากกกกกก มันเป็นจีนประยุกต์อะ เป็นจีนแบบรสจัดจ้าน เหมือนจีนในไทย )

ยาวไปยาวไปมุ่งหน้าสู่ โคลัมโบ มาถึงก็เกือบจะเย็นละฮะ ช่วง Rush hour ของประเทศที่รถสาธารณะไม่เลิศเหมือนเราเรา… คงไม่ต้องสืบ รถติด !

หลังจากฝ่ารถติดมาได้ก็มาเที่ยววัดแรกกันคือ วัดกลางน้ำ (วัดสีมามาลากา)  วัดนี้อยู่ใกล้ๆกับวัดคงคารามล่ะ เราไหว้วัดกลางน้ำเสร็จก็เดินต่อไปยังวัดคงคาราม

เดินมาสัก 50 เมตรก็ถึง วัดคงคาราม วัดแลนด์มาร์คของเมืองหลวงแห่งนี้ที่ต้องมาเยือนแล้วกัน   บรรยากาศในวัดก็คล้ายๆกับวัดพระเขี้ยวแก้วเลยครับคือรู้สึกได้ว่า ขลังมาก คนศรีลังกาเค้ามีความเชื่อและศรัทธากับศาสนาสูงมากกกกกกกก จะไม่เหมือนวัดในไทยที่จะรู้สึกสบายๆกว่า อันนี้ผมรู้สึกเค้ามีความตั้งใจภาวนากันสูง

ภายในโบถส์ ในภาพอาจจะดูไม่ใหญ่แต่ของจริงคือใหญ่มากครับ สูงกว่าคนละ 3-4 เท่า  และรายละเอียดคือเยอะมาก วิจิตรงดงามมากต้องไปดูเอง

ปิดท้ายเข้านอนโรงแรม 5 ดาวที่  Jetwing Colombo Seven, Colombo  โรงแรมนี้คือดีงามตบแต่งแบบโมเดริ์นเลย  ห้องดีอะไรดีหมด  โดยเฉพาะสระว่ายน้ำดาดฟ้าคือ เวอร์วังมาก เป็น infinity pool ที่เป็นวิวเมืองโคลัมโบ   แหมมมม เสียดายถ้ารู้ว่าโรงแรมวิวเทพขนาดนี้จะรีบเข้าโรงแรมมาถ่ายรูปแต่เย็นเลย

ห้องหรูนอนสบาย หัวถึงหมอนหลับทันที

เช้าอีกวันตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ เช็คเอ้าท์แล้วบึ่งไปสนามบินครับผม เราจะบิน SriLankan Airlines ต่อไปยังเกาะ Gan Island นั่นเอง

สำหรับรีวิวการ Stop over แวะเที่ยวศรีลังกา 3 วัน ของผมก็ประมาณนี้คงพอได้ไอเดียนะครับว่าศรีลังกาน่าเที่ยว น่าแวะมากเลยไหนๆก็บิน SriLankan Airlines แล้วถ้ามีเวลาพอก็แวะเที่ยวต่อเลย ทริปเดียวเที่ยวสองประเทศไปเลยสิ

สำหรับทริปนี้มีรีวิว 3 Part ใครยังอ่านไม่ครบไปตามลิสต์นี้เลย

Part I : รีวิว “ศรีลังกา” เท่าที่เห็น Stop over 3 วัน 2 คืน ไปไหนทำอะไรมาบ้าง

Part II :  รีวิว Gan island เกาะโซนใต้ของ “มัลดีฟส์” สวรรค์ของคนชอบดำน้ำ สวยงามและคนน้อย!

Part III : รีวิว Shangri-La’s Villingili Resort & Spa, Maldives ที่สุดของรีสอร์ทที่ต้องไปเยือนสักครั้ง!

 

 

 

 


 


ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::
Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey
The following two tabs change content below.

Comments

comments