รีวิวอุซเบกิสถาน Part II ชมเมืองมรดกโลกที่ Bukhara และ Khiva สวยจัดจ้านในย่านนี้!

  • 40
  •  
  •  
  •  
    40
    Shares

จากบล็อกที่แล้วพาไปรู้จักประเทศอุซเบกิสถานกันมาแล้ว แถมยังพาเที่ยวเมืองหลวงที่ Tashkent และเมืองสวยๆมรดกโลกอย่าง Samarkan ไปแล้ว เราจะมาต่อกับอีก 2 เมืองที่เหลือกัน ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน Part I แนะนำให้ไปอ่านก่อนจะได้อินมากขึ้น

รีวิวอุซเบกิสถาน ROAD TRIP 7 วันเต็ม ประเทศแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลก – Tashkent & Samarkand

 

DAY5 : Bukhara

เมืองบูคาร่า(Bukhara) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศในอดีตเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขา  เป็นที่อยู่ของบุคคลสำคัญ มีสุเหร่า อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถาน โรงเรียนสอนศาสนาฯ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองในเทพนิยาย และที่สำคัญเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายที่มีชื่อว่า เส้นทางสายไหม และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1993

 

สถานที่เที่ยวทั้งหมดในเมืองนี้ตั้งอยู่ติดกันหมด เดินถึงกันหมด เราใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็เก็บสถานที่หลักของเมืองนี้ได้อย่างครบถ้วน เราเริ่มที่จุดแรกที่เรารีบมาก่อนผู้คนและคณะทัวร์มากมายจะเต็มพื้นที่ ที่นี่ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักคือทางขวาเป็น  Mosque Kalyon  หอคอยสูงมากชื่อว่า  Kalyon minaret  และทางซ้ายจะเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่งดงามไม่แพ้กันชื่อ The Mir-i-Arab Madrasaah

Kalyon minaret   ที่เมืองนี้เราได้ “นูร์รีดีน”  คนหนุ่มจากเมืองบูคาร่ามาอธิบาย เค้าบอกว่าหอคอยนี้มีหน้านี้ด้วยกัน 3 อย่าง

  1. เอาไว้ส่งเสียงเรียกให้ชาวบ้านมาละหมาด
  2. เอาไว้ส่องดูข้าศึกในยามสงคราม
  3. และสุดท้าย เอาไว้จุดไฟเพื่อบอกแก่คณะคาราวานว่าบูคาราตั้งอยู่ตรงนี้

 

หอคอยนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สูงถึง 48 เมตร กว้าง 9 เมตร ด้านบนสุดมีหน้าต่างอีก 16 บาน นอกจากมีลวดลายของกระเบื้องสีฟ้าแล้ว รอบ ๆ ยังสลักเรื่องราวของผู้สร้างที่ชื่อ Master Baqo

( ซึ่งต้องขอบคุณน้องแตม น้องสาวคนเล็กในทริปนี้จาก lonely planet ที่จดข้อมูลมาให้พี่ลอก #กราบบบบ ) 

ด้านในของ Mosque Kalyon

สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราคงอดไม่ได้ถ้าได้เห็นรูปปังๆแบบนี้ เราเซฟภาพจาก IG ยื่นให้อัลบัส ( อีกแล้ว … สงสารนางอยู่ ) บอกว่าอยากไปตรงนี้อะพาไปหน่อยซี้ อัลบัสโทรหาคนที่บูคาร่าแล้วตอบกลับเรามาว่า “ไม่มีปัญหา เรารู้จักร้านนี้พาพวกคุณไปได้”  รักอัลบัสที่สุดก็ตอนนี้ล่ะ

 

จริงๆมันไม่ได้ไปยากเลยแม้แต่น้อย ถ้าใครจะไปตามรอยนะจากตรง  Kalyon minaret มองมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอโฮสเทลตั้งอยู่ ที่ถ่ายรูปชิคๆแบบนี้อยู่บนดาดฟ้าของโฮสเทล เพื่อนๆสามารถไปสั่งน้ำชา สั่งกาแฟ พร้อมขนมหวาน ก็ได้ถ่ายรูปคูลๆแบบนี้เลย

Citadel ark

เดินต่อมานิดหนึ่งก็จะเจอกับป้อมหน้าตาแปลก แต่สวยชะมัด!  ตัวป้อมนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 ใช้เป็นเกาะกำบังสำหรับป้องกันศัตรูที่จะเข้ามารุกราน ป้อมแห่งนี้มีเนื้อที่ถึง 25 ไร่ ส่วนของกำแพงมีความสูงถึง 16-20 เมตร เชียว!

เราเดินต่อเข้าไปเที่ยวในป้อม ด้านบนสุดจะเป็นที่ตั้งของ Jama Masjid มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นอยู่ตรงเสาไม้แกะสลักทั้งหมด 16 ต้น  ซึ่งแต่ละต้นต้องยอมรับเลยว่างานละเอียดจริงๆ

สำหรับตอนนี้พวกราชสำนักของเหล่าขุนนางและพระราชวังทั้งหลาย ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปหมดแล้ว แล้วห้องต่างๆเยอะเยอะมากอีกด้วย!! ไกด์พาเราเดินเที่ยวอธิบายอย่างเยอะแยะ กว่าดูครบทุกห้องก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆเลยล่ะ

ภายในป้อมก็จะมีร้านขายของพื้นเมืองเรื่อยๆ รวมทั้งมีการทำผลงานให้ดูแบบสดๆด้วย

เด็กที่บูคาร่า ก็น่ารักไม่แพ้เมืองไหนเลย

Market

บูคาราเป็นทางผ่านในเส้นทางสายไหม พวกเราเดินผ่านป้อมปราการและหอคอยไปสักพักก็จะเจอกับที่ตั้งของโดมการค้า ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ดั้งเดิมที่นี่จะมีทั้งหมด 5 โดม แต่ทุกวันนี้เหลือให้เห็นเพียง 3 โดมเท่านั้น เป็นที่จับจ่ายใช้สอยสินค้าพื้นเมืองที่ดีอีกที่ที่เราแนะนำ อย่างน้อยก็ถ่ายรูปออกมาสวยล่ะกัน 🙂

บอยแบนด์แห่งเมืองบูคาร่า โพสท่าสู้กล้องให้ถ่ายไปอี้กกกกกกก

Sitora-i-Mokhi-Khosa Palace

ออกมาจากเมืองไปทางตอนเหนือจะเจอกับ พระราชวังฤดูร้อน เป็นอีกสถานที่ๆแนะนำให้มาเช่นกันเพราะสวยมาก พระราชวัง ซิโนราน โมคี โคซา (Sitoran Mokhi-Khosa Palace) ซึ่งเป็นของ Amir Akhadkhan  ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 19 เป็นการผสมผสาน ระหว่างศิลปะตะวันตกกับศิลปะร่วมสมัย โดยการส่งช่างสถาปัตยกรรมของเมืองนี้ไปยังเมืองเซ้นต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อศึกษาดูงานการก่อสร้างดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ ว่าทำไม๊ทำไมถึงเหมือนศิลปะรัสเซียจัง

ภายในวัง

บ่อน้ำที่ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง ช่วงศตวรรษที่ 19 จริงๆก็ไม่ได้เป็นบ่อที่ใหญ่นักแต่ให้ลองนึกถึงทะเลทรายแต่ก่อนที่ระบบน้ำไม่ได้ดีแบบทุกวันนี้สิ แค่นี้ก็ถือว่าใหญ่มากล่ะ

ขอปิดท้ายเมืองบูคาร่าด้วยวิธีการขายผ้าตามสไตล์คนอุซเบ กางกันให้ดูลายกันแบบนี้เลยจ้าาาาาา <3

 

DAY6-7 : Urgench & Khiva

จาก Bukhara เราใช้เวลาเกือบ 8 ชั่วโมงในการเดินทางมาถึงเมืองมรดกโลกเกือบสุดขอบตะวันตกของประเทศอุซเบฯ โดยเรายึดเมืองที่พักเป็นเมือง Urgench เพราะเนื่องจากสนามบินที่ใกล้ที่สุดอยู่เมืองนี้ และการเข้าไปที่เมือง Khiva ก็ใช้เวลาขับรถเพียง 40 นาทีเท่านั้นเองก็จะมาถึงเมืองมรดกโลกอย่าง Khiva

 

เมือง Khiva ไม่ใหญ่โตนักแต่เป็นเมืองที่สมบูรณ์ เรียกได้ว่าพอเข้ามาในโซนเมืองเก่าแล้วก็ไม่ต้องไปไหนอีก เดิน เดิน เดิน และ เดิน ก็จะเก็บได้ครบถ้วน ถ่ายรูปกันมันมือเลยล่ะ เพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่มุมสวยๆให้ได้ถ่ายรูปกันทั้งนั้น

ไกด์สาวคนท้องถิ่นที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว เธอเป็นทั้งไกด์และผู้อธิบายถึงสิ่งต่างๆให้เราได้ฟัง

เมืองนี้เก่าแก่มากมีอายุราว 2,000 ปี กำแพงสูงโอบล้อมสถานที่สำคัญ ๆ ไว้ข้างในทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง มัสยิด โรงเรียนศาสนา และมินาเร่ต์ รวม ๆ กันแล้วมีสิ่งก่อสร้างกว่า 250 แห่งตั้งอยู่ในนี้ โอ้โหหหห เรียกได้ว่าบรรยายไม่ถูก

บรรยากาศในเมืองครึกครื้นไปด้วยผู้คน ทั้งชาวบ้านที่เข้ามาขายของให้นักท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวเองก็ดูจะสนุกไปกับการเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง และ ชื่นชมสถาปัตยกรรมภายใน

เด็กที่เมือง Khiva ก็น่ารักไม่แพ้เมืองอื่นเลยล่ะ แต่ละคนขี้เล่นมาก  ขอบอกว่าถ้าคนไทยอย่างเราไปเที่ยวที่อุซเบฯ เราจะกลายเป็นคนดังทันที!  มีน้องๆวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งถือไม้ selfie แท่งยาว เดินเข้ามาทำท่าเก้ๆกังๆ ที่ดูก็รู้ว่าเค้าอยากถ่ายรูปกับพวกเราชาวไทย ก็เลยเรียกมาถ่ายรูปด้วยกันเลย ^^

สารภาพว่าจำแทบไม่ได้ว่าแต่ละเสา แต่ละต้น แต่ละสถานที่เรียกว่าอะไรมาก เพราะในความรู้สึกเราก็ดูคล้ายกันไปหมด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเพลิดเพลินในการเดินชมเมืองมรดกโลกแห่งนี้เปลี่ยนไป จริงๆแล้วส่วนตัวเราเลือกที่จะอินกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ได้เล่นกับเด็ก ได้คุยกับผู้คน มากกว่า

อาหารมื้อกลางวันใน Khiva ของเราในวันนี้ต้องยอมรับว่าเด็ดจริงๆ เราคุยกับไกด์สาวเค้าบอกว่าอาหารของเมือง Khiva จะรสชาติไม่เหมือนกับเมืองอื่น ส่วนตัวชิวชอบอาหารของเมืองนี้มากๆเลย เพราะรสชาติจะค่อนข้างเบาบาง ออกแนวเป็นอาหารจีนด้วยซ้ำ ไม่ค่อยมีเครื่องเทศนัก

 

อาหารหน้าตาดูเหมือนลอดช่องของไทยนั้นคือเมนูดังของเมือง Khiva เค้าใช้พวกถั่วในการทำออกมาเป็นแป้ง แม้หน้าตาจะดูเหมือนขนมหวานดูไม่น่าจะดี รสชาติดีมากกกก!! เลยล่ะ ถ้าใครได้มีโอกาสไปอย่าพลาดเชียว !

ก่อนเดินออกจากเมืองเก่า Khiva เราก็ได้พบกับขบวนฉลองวันแต่งงานที่เต้นกันแบบ ขบวนหมอลำบ้านเรายังต้องชิดซ้าย!   โอ้โห้ เรียกได้ว่าเซิ้งกันสะบั้นหั่นแหลก เต้นกันแบบไม่เกรงใจใคร เพื่อนเจ้าบ่าวจัดเต็มมาก Khiva เรียกได้ว่าลุกเป็นไฟก็งานนี้

เต้นแบบไม่เกรงใจเจ้าบ่าวเจ้าสาว 5555

หลังจากจบการเที่ยว Khiva อิ่มอกอิ่มใจไปด้วยอารยธรรมและโบราณสถานอันสวยงาม รวมทั้งผู้คนที่น่ารักกับเราตลอดทาง ขึ้นเครื่องบินกลับไปยังเมืองหลวง Tashkent  แวะเที่ยวพักผ่อนเดินเล่นชิวๆในเมืองก่อนบินกลับเมืองไทยตอนดึกวันนั้นด้วย Uzbekistan Airways  เป็นอันจบทริปอย่างสมบูรณ์

 

ส่งท้าย

สำหรับเราประเทศอุซเบกิสถานอาจไม่ได้มีความ Fancy อะไรมาก ไม่ได้มี landmark ที่ทุกคนเห็นแล้วต้องอึ้ง แต่การันตีเลยว่าถ้าใครได้ไปจะต้องไม่ผิดหวัง มัสยิด และ ศาสนสถานแต่ละอันคือสุดยอดมาก งานดีงานละเอียดสุดๆ ใครรักชีส รักเนื้อต้องอ้วนแน่ๆเพราะของเค้าดีจริงๆ (เราสามารถกิน caesar salad ได้ทุกวันทุกมื้อ!) และที่สำคัญสุดคือผู้คนของอุซเบกิสถานที่น่ารักมากกกกกกกกกก เรารู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้พวกเค้า แม้ภาพภายนอกที่พูดถึงประเทศนี้คนก็จะรู้สึกว่าน่ากลัว แต่เปล่าเลย เราว่าประเทศนี้ปลอดภัยและน่าค้นหาแบบสุดๆเลยล่ะ

 

หมายเหตุ :: รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนให้เดินทางไปท่องเที่ยวในฐานะของแขกของสถานทูตอุซเบกิสถาน  


ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::
Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey

Comments

comments