Chill Journey | Thai Travel & Lifestyle blog

เที่ยวญี่ปุ่นสัมผัสหิมะใกล้โตเกียว ข้อมูลการเดินทางอย่างละเอียดระดับไกด์บุ๊ค!

เชื่อว่าหนึ่งในความฝันของชาวไทยหลายๆคนคือการสัมผัสหิมะสักครั้งในชีวิตเพราะเมืองไทยนั้นเป็นเมืองที่ไม่มีหิมะมาก่อน! หลายคนไปเที่ยวโตเกียวหลายครั้งแต่ไม่รู้ว่า คุณสามารถสัมผัสหิมะตัวเป็นๆได้เพียงแค่นั่งรถไฟชิงคังเซ็น 75 นาทีจากโตเกียว เท่านั้น!! และทางญี่ปุ่นก็ได้เตรียมพาสที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายมหาโหดของรถไฟชิงคังเซ็นมาให้แล้ว ชื่อว่า Tokyo wide pass ซึ่งใช้งานได้ 3 วันต่อการซื้อพาส 1 ครั้ง  โดยบล็อกนี้ชิวจะแนะนำให้ 2 เมือง 2 สกีรีสอร์ทซึ่งมีจุดเด่นต่างกันและไม่ไกลจากโตเกียวทั้งคู่ เพื่อนๆสามารถเลือกได้ หรือ ถ้ามีเวลาจะไปทั้งสองอันก็ดีเลยหล่ะ

 

3 เรื่องต้องรู้ก่อนออกเดินทาง

1. พาสรถไฟแบบไหนดี?

.    ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพาสให้เลือกเยอะมาก มากแบบ ก.ไก่ล้านตัว ดูแล้วมึนงงเอาสั้นๆแนะนำ Tokyo wide pass 3 วันราคา 10,000 เยน นะคุ้มสุดแล้วสำหรับเส้นทางนี้

title

เส้นทางที่ไปได้ ก็คือรอบๆโตเกียวนั้นแหละครับ สมมุติคุณมีเวลา 6 วันก็เที่ยวโตเกียวสัก 3 วัน ไปเที่ยวข้างนอกด้านพาสนี้ 3 วันอะไรทำนองนี้

2. ไปได้ช่วงไหนบ้าง?

แน่นอนว่าต้องเป็นช่วงหน้าหนาวครับ ซึ่งที่ Gala yuzawa snow resort นั้นจะเปิดในช่วงประมาณ กลางเดือนธค. ถึง ต้นเดือน พค. ของทุกปีแต่อาจจะมีคลาดเคลื่อนเล็กน้อยต้องดูที่เว็บไซต์ทางการอีกที ( แต่สำหรับปีนี้เปิดถึง 7 พค. ใครไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ก็ยังไปสัมผัสหิมะได้นะ )

3. อย่าลืมซื้อประกันเดินทาง

แต่ก่อนทุกคนที่จะไปญี่ปุ่นต้องซื้อประกันเดินทางเพื่อทำวีซ่า ปัจจุบันฟรีวีซ่าแล้วแต่ผมอยากย้ำเตือนอีกครั้งซ้ำๆ ว่าประกันเดินทางคือสิ่งจำเป็น จำเป็นระดับเดียวกับเสื้อกันหนาว โดยเฉพาะการไปเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว มีโอกาสที่คุณจะเจอเรื่องไม่คาดฝันสูงมาก ! เช่น การลื่นล้มบนหิมะ (ผมลื่นหน้าคะมำมาหลายรอบ T-T)  รถไฟดีเลย์ จนกระทั่งตกเครื่อง กระเป๋าฉีกขาดล้อพัง ขับรถผ่านหิมะถนนลื่น อาการไข้ขึ้นและอีกหลายสิ่ง ที่จะเกิดขึ้นง่ายมากในหน้าหนาวแบบนี้ !!

ทั้งหมดนี้สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยเงินหลักร้อย ช่วงที่ผมไปผมไล่ค้นดูประกันเดินทางหลายๆเจ้าและตัวเลือกที่เข้าวิน ณ จุดนี้คือ TIPINSURE (ทิพยประกันภัย) คุ้มครองครบถ้วนในสิ่งจำเป็น และราคาถูกที่สุดเท่าที่ชิวไล่ดู โดยแพคเกจ Backpack 1 เป็นแพคเกจที่คุ้มครองถูกที่สุดในตลาด และคุ้มครองเรื่องกระเป๋าและทรัพย์สินเสียหาย และการยกเลิกการเดินทางเพิ่มด้วย ในราคา เริ่มต้น 4 วันที่ 170 บาท เท่านั้น!! (ของผมไป 5 วันก็แค่ 195 บาทเอง)

สามารถซื้อได้ผ่านลิงค์นี้ครับ >> https://goo.gl/NyVsuY

มีรายละเอียดให้เลือกหลายแบบ เลือกตามใจชอบแม้เลือกเต็มเบี้ยก็ยังหลักร้อยอยู่ดี กินซูชิได้ก็ซื้อประกันเดินทางได้

นอกจากถูกแล้ว จุดเด่นที่น่าสนใจอื่นๆมีดังนี้ครับ

  1. เป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือ ภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มั่นใจว่าเราไม่ได้ซื้อที่ราคาถูกอย่างเดียวแต่จะสามารถกลับมาเคลมได้แน่นอน
  2. คุ้มครองสุขภาพทั้งแบบนอนและไม่นอนโรงพยาบาลครับ OPD ก็เบิกได้
  3. มี Hotline ประสานงานกับ รพ. ตลอด 24 ชม. ไม่ต้องกังวลว่าจะติดต่อไม่ได้
  4. ซื้อง่ายและคุ้มครองทันที กดซื้อผ่านเว็บไซต์แล้วได้กรมธรรม์ปริ้นผ่าน Email เอาไปใช้ได้เลยไม่ต้องรอ

สามารถซื้อได้ผ่านลิงค์นี้ครับ >> https://goo.gl/NyVsuY


Day1 : Tokyo – Yuzawa

เอาหล่ะเมื่อมีทุกอย่างพร้อมแล้วตามชิวมาเที่ยวต่อเริ่มต้นที่สนามบินโตเกียว (ฮาเนดะ) มาถึงแล้วก็ไปซื้อ Tokyo wide pass กันก่อนเลยที่เค้าเตอร์ JR อยู่ก่อนเข้าสถานีรถไฟเข้าเมืองทางขวามือ ยื่นพาสปอร์ตเราไปพร้อมเงิน 10,000 เยน ก็จะได้พาสมาครอบครองครับ เก็บรักษาดีๆอย่าทำหายล่ะ

จากสนามบินนั่งรถไฟมารอต่อรถไฟความเร็วสูง (ชิงคังเซ็น) ที่สถานี Tokyo และจากสถานี Tokyo ให้ขึ้นรถไฟ Joetsu Shinkansen ขบวน Toki ลงที่สถานี Echigo-Yuzawa ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที (หรือถ้าไม่แวะเมือง Yuzawa แบบผมก็หารถไฟที่ลงสถานี Gala Yuzawa ได้เลยนะครับ)

ดูเวลารถไฟได้ที่เว็บที่ทำให้ชีวิตง่าย hyperdia :: http://www.hyperdia.com/en/

ขบวนนี้ล่ะที่เราจะไปกัน Joetsu Shinkansen

รถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นเราสามารถซื้ออาหารไปทานบนรถไฟได้ครับ ไม่ได้เป็นการเสียมารยาทแต่อย่างใด

นั่งแป๊ปเดียวจริงๆยังไม่หายตื่นเต้นกับวิวสองข้างทางก็มาถึงสถานี Echigo-Yuzawa แล้วละ พอออกจากสถานีก็จะเจอหิมะสวยๆมาต้อนรับแบบนี้เลย แต่ก่อนอื่นเราไปรู้จักจังหวัดนีงะตะ (Niigata Prefecture) จังหวัดที่ตั้งของเมือง Yuzawa สักสักเล็กน้อยก่อนนะครับจะได้เข้าใจและอินมากขึ้น

จังหวัดนีงะตะนั้นมีลักษณะเป็นทางยาวหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น ตั้งอยู่กลางเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในสี่เกาะหลักของญี่ปุ่น(เกาะเดียวกับโตเกียว) นีงะตะมีชื่อเสียงทางด้านการผลิตสาเกญี่ปุ่น เพราะมีทั้งข้าวและน้ำคุณภาพดี สาเกและอาหารทะเลสดๆ ในร้านอาหารที่มีอยู่ทั่วเมือง โดยแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ ชายฝั่งทะเลอันงดงาม วิวทิวทัศน์ของภูเขา การแสดงดอกไม้ไฟในฤดูร้อน สกีในฤดูหนาว และการแช่น้ำพุร้อนตลอดทั้งปี

ถ้าใครสนใจที่เที่ยวอื่นๆในจังหวัดนีงะตะ สามารถดูได้เพิ่มจากเว็บไซต์ :: http://enjoyniigata.com/en/ ครับ

ผมขอเริ่มด้วยการไปที่สกีรีสอร์ท GALA Yuzawa Snow Resort ก่อนแล้วกันครับ เมื่อมาถึงแล้วอย่างแรกคือการเช่าชุดและซื้อแพคเกจ สำหรับคนที่ไม่ได้ตั้งใจมาเล่นสกีจริงจัง แค่อยากสัมผัสเล่นกิจกรรมกับหิมะชิวแนะนำแพ็กเกจ รองเท้า+ถุงมือ+กระดานลื่น+ตั๋วกระเช้าไปกลับ ในราคา 2,000 เยน แต่ถ้าใครอยากเรียนสกีด้วย อยากทำกิจกรรมเดินบนหิมะด้วยก็ราคาตามป้ายด้านล่างนี้ (ซื้อแบบแพคเกจถูกกว่าซื้อแยกเยอะ)

ถ้าใครจะเช่าแยกก็จะมีเค้าเตอร์ให้เราเลือกตามนี้ครับ (มีภาษาไทยด้วย)

เมื่อเช่าอุปกรณ์เปลี่ยนชุดไรเรียบร้อย ก็ไปนั่งกระเช้า Gondola ขึ้นไปด้านบน นั่งประมาณ 10 นาที อันนี้ highly recommended วิวดีมากครับ มาถึงแล้วยังไงก็แนะนำให้ขึ้น ระหว่างที่กระเช้าค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปก็จะมองวิวสวยขึ้นเรื่อยๆๆ

พอถึงด้านบนแล้วเราไปเดินเล่นชมหิมะกัน ณ จุดนั้รู้สึกอยากเล่นสกีเป็นมากกกก ดูแต่ละคนเล่นโคตรเท่เลย แต่สกี/สโนว์บอร์ด ไม่ได้ฝึกง่ายขนาดนั้นไง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 1-2 วันถึงจะเริ่มพอเล่นได้ มีขนมโดเรม่อนแบบกินแล้วเล่นเป็นเลยขายไม๊แพงเท่าไหรก็ยอม …. ตื่นจากฝันแล้วไปไปเล่นกระดานลื่นแก้ขัดไปก่อน

ตอนนี้เค้าสร้างจุดชมวิวเพิ่มมีสั่นกระดิ่งด้วย ^^

เล่นกระดานมันส์ๆไปสามรอบแล้วไปต่อกิจกรรมเดินบนหิมะด้วยรองเท้า Kanjiki snow shoes (รองเท้าเดินหิมะแบบญี่ปุ่นโบราณ) ซึ่งปกติถ้าเราเดินด้วยรองเท้าทั่วไปเราจะเดินบนหิมะไม่ได้ครับมันจม แต่พอใส่รองเท้าแบบนี้แล้วจะเดินได้

เวลาเริ่มทัวร์ก็จะมีคนพาเราไปครับเดินตามเค้าไป จะพาไปชมวิวสวยๆกัน

เดินไปเรื่อยๆเพลินๆกับหิมะแล้วจะมาสุดที่จุดชมวิวครับ โหวววว สวยมากจริงๆ

มีกิจกรรมสนุกๆให้กระโดดหิมะ แล้วว่ายแบบว่ายน้ำในหิมะกระดึบๆลงมา มันส์!

ใช้เวลาเล่นประมาณ 4-5 ชั่วโมงก็โอเคแล้วล่ะครับสำหรับคนทั่วไปไม่ได้เล่นสกีเป็นนะ  เรากลับมาเล่าเรื่องในสถานี Echigo-Yuzawa กันต่อนะ เพราะในสถานีนั้นมีของอร่อย 3 สิ่งที่อยากแนะนำ โดยเริ่มจาก ข้าวปั้นยักษ์!!  ข้าวปั้นใหญ่กว่าหน้าคน กินได้ทั้งหมู่บ้านอะไรทำนองนี้ !! เรียกได้ว่าขายความแปลกแล้วกันเพราะชิวว่ารสชาติธรรมดาๆอะครับ แต่ก็น่าลอง ลองก้อนเล็กหน่อยก็ได้

และต่อด้วยการชิมสาเก!    จังหวัดนีงะตะ (Niigata) เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวเยอะ เนื่องจากมีหิมะตกหนัก เมื่อหิมะละลายจึงมีน้ำที่บริสุทธิ์ และดีต่อดินที่ใช้ปลูกข้าว นอกจากนี้ยังใช้ข้าวทำเป็นสาเกชั้นเยี่ยมได้อีกด้วย จึงเป็นแหล่งที่เหมาะมากสำหรับคนชอบดื่มสาเก ะสำหรับนักท่องเที่ยวสามารถแวะมาที่ Ponshukan เพื่อลองชิมได้  เสียค่าเข้า 500 เยนและจะได้มา 5 เหรียญทองเพื่อเอาไปหยอดตามตู้  โดยทั่วไปก็จะ 1 เหรียญต่อ 1 จอก ชิมได้สัก 5 แก้วครับ

ตู้หน้าตาแบบนี้ เอาแก้วไปวางแล้วหยอดเหรียญ ชิมวนไป(ระวังเมา!)

ชิมมาหลายอัน อันนี้ชิวชอบสุดเลยเบอร์ 17 เป็นสาเกบ๊วยจ๋าๆ อร่อยสุด(สำหรับผมนะ) แนะนำให้ลอง อันนี้ติด Popular ranking ที่นี่ด้วยล่ะ

ยังไม่จบเพราะมีอีกหนึ่งของดีสำหรับสาวก ซอร์ฟครีมห้ามพลาด คือ ซอฟครีมโคจิที่ Kouji Cafe พิเศษคือเค้าจะใช้น้ำที่หมักทำสาเกผสม ทำให้ได้รสสัมผัสหวานที่นุ่มนวล มันหวานแบบไม่ใช่หวานน้ำตาลอะ หวานข้าวหมักอร่อย เคล้ารสนมอร่อยหอมมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ต้องลองนะชิวชอบมาก  แท่งละ 380 เยน

อิ่มแล้วไปต่อด้วยการเดินเล่นในเมือง Yuzawa สักหน่อยเมือง Yuzawa เป็นเมืองเล็กๆเราสามารถเที่ยวตรงโซนเมืองได้ทั่วด้วยการเดินเท้าครับ

หรือใครสนใจจะเก็บสตอเบอร์รี่ก็สามารถนั่งแท็กซี่ต่อไปได้ เมืองนี้ก็มีกิจกรรมนี้เช่นกัน (อย่าลืมสอบถามที่ประชาสัมพันธ์ในสถานีก่อนนะว่ามีหรือไม่)

คืนนี้ผมนอนรีสอร์ทในตัวเมือง Yuzawa  นี่แหละชื่อ Nagomi no Oyado Takinoyu 和みのお宿滝乃湯  รีสอร์ทนี้ดีมากเลย ทั้งวิว ทั้งออนเซ็น ทั้งอาหาร ติดที่เค้าจะไม่พูดภาษาอังกฤษนะแต่ก็พอสื่อสารด้วยภาษากายผสม google transalte ไปครับ  ห้องพักแบบญี่ปุ่น สำหรับ 2 คนเริ่มต้น 20,000 เยน ดูรายละเอียด >> ที่นี่

จากห้องมองออกไปเห็นเมืองและหิมะครับ อลังการมาก

อาหารค่ำแบบญี่ปุ่น อร่อยยยย

จบการแนะนำเมือง Yuzawa ไปต่ออีก 1 เมืองสกีที่น่าสนใจครับเมือง Minakami(มินาคามิ) เป็นเมืองน้ำพุร้อนจากภูเขา สามารถเดินทางโตเกียวเข้ามาทางทิศเหนือของจังหวัดกุมะ Gunma Prefecture โดยจังหวัดกุมะนั้นตั้งอยู่ใจกลางของเกาะประเทศญี่ปุ่น ที่นี่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยภูเขาอาคางิยามะ, ภูเขาฮารุนะซันและภูเขาเมียวงิซัน, ภูเขาอาซามะยามะ และภูเขาทานิงาวะดาเคะ ว่ากันว่าจังหวัดกุนมะมีออนเซ็นมากกว่า 200 แห่งทีเดียวครับ เมืองแหล่งออนเซ็นขึ้นชื่อสี่แห่ง ได้แก่ Minakami, Kusatsu, Ikaho และ Shima รวมตัวกันเป็น 4 เมืองน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่ทำให้คนต่างหลงไหลในจังหวัดกุนมะ  โดยผมจะขอพักที่เที่ยวอื่นๆและรถไฟสายพิเศษไว้ก่อนแล้วจะเล่าให้ฟังในบล็อกถัดไป ขอเล่าเรื่องสกีรีสอร์ทตามหัวข้อก่อนนะครับ

เมื่อนั่งรถไฟมาที่สถานี Minakami พอออกมาแล้วขนลุกครับ วิวดีมากกกก ก.ไก่ล้านตัว บรรยากาศเหมือนสถานีรถไฟที่สวิสเซอร์แลนด์อะไรแบบนั้นเลย เป็นเมืองที่รอบล้อมไปดูภูเขาหิมะ อย่างฟิน

จากสถานีเราจะไปกันต่อที่ Norn Minakami Ski Resort  (สำหรับปีนี้จะเปิดในช่วง 17 ธค. 2016 ถึง 31 มีค. 2017) ดูข้อมูลรีสอร์ทเพิ่มเติม >> ที่นี่ <<

ถ้าจะเล่นแค่พวกกระดานลื่นเช่าแค่รองเท้าก็พอครับ เสื้อผ้าถ้าใส่มาเต็มแล้วก็ไม่ต้อง ชิวว่าที่นี่ลานลื่นกระดานสนุกกว่าที่ Gala yuzawa นะและมีบันไดเลื่อนให้ด้วยไม่ต้องเดินขึ้นมาเอง และมีอุปกรณ์กิจกรรมหลากหลายกว่าสำหรับเด็กๆและผู้เริ่มต้น

เวลาลื่นเสร็จก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาได้เลยแบบไม่เหนื่อยเล่นวนได้หลายรอบ ^^

ตรงลานนี้ก็ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างมาเล่นกันได้ครับ เช่น การปั่นจักรยานบนหิมะ การขับรถ ATV บนหิมะอะไรแบบนี้สนุกดีนะ

 

เล่นด้านนอกจนเหนื่อยแล้วเดินย้อนกลับไปที่ตรงอาคารหลักกันครับ ตรงนี้ก็จะเป็นที่เช่าอุปกรณ์สำหรับพวกที่มาเล่นจริงจังละ ชุด รองเท้า สกี สโนว์บอร์ดก็มีให้เช่าครบครัน รวมทั้งร้านอาหารถ้าหิวก็ฝากท้องได้เลย

ออกจากอาคารก็จะเป็นลานสกีสำหรับคนจริงจังครับ เราไปเดินเล่นได้แต่เตือนว่าอย่าไปขวางทางเค้าล่ะครับ สกีที่นี่วิวดีมากเลย

ปิดท้ายก่อนกลับหน้าอาคารด้วยเครปแบบพิเศษที่เค้าบอกว่าแป้งจะหนึบๆคล้ายๆโมจิ สาวกแบบผมก็ไม่พลาดสิครับ อร่อยมากกกก

ผมกลับไปที่สถานี Minakami และนั่งรถไฟกลับโตเกียวครับ สำหรับบล็อกนี้ชิวก็คิดว่าเพื่อนๆน่าจะพอได้ไอเดียในการใช้ Tokyo wide pass ไปเที่ยวสัมผัสประสบการณ์เล่นหิมะไม่ใกล้จากโตเกียว ซึ่งแต่ละเมืองแต่ละรีสอร์ทก็จะมีจุดเด่นต่างกันครับ ลองเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองแล้วไปสัมผัสหิมะกันนะครับ ติดตามต่อในบล็อกหน้าจะพาไปรู้จักจังหวัดกุมะ และเมือง Kawaguchiko เมืองที่เห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจนครับ  มาแล้วภาคต่อ >> เที่ยวญี่ปุ่นที่ “นีงะตะ” และ “กุนมะ” สัมผัสธรรมชาติสุดอลังการได้ไม่ไกลโตเกียว

Exit mobile version