<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Japan &#8211; Chill Journey | Thai Travel &amp; Lifestyle blog</title>
	<atom:link href="https://www.chilljourney.com/tag/japan/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.chilljourney.com</link>
	<description>Chill Journey - บล็อคเกอร์ท่องเที่ยว &#38; สไลฟ์สไตล์</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Aug 2019 06:46:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.chilljourney.com/wp-content/uploads/2021/12/cropped-logo_.png</url>
	<title>Japan &#8211; Chill Journey | Thai Travel &amp; Lifestyle blog</title>
	<link>https://www.chilljourney.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รีวิวทริป 8 วันขับรถเที่ยวดูใบไม้เปลี่ยนสีสุดฟินใน &#8220;Hokkaido&#8221; มีแผนแจกเที่ยวตามได้เลย!</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/hokkaido-autumn-roadtrip-review/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Dec 2018 10:00:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Chilljourney]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[SponsorReview]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Backpack]]></category>
		<category><![CDATA[hokkaido]]></category>
		<category><![CDATA[roadtrip]]></category>
		<category><![CDATA[Sapporo]]></category>
		<category><![CDATA[tipinsure]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.chilljourney.com/?p=13441</guid>

					<description><![CDATA[ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไปเท่าไหรก็ไม่เบื่อ! เป็นประเทศที่สวยแล้วสวยอีก สวยทุกฤดู สวยทุกเมือง สวยทุกภาค รีวิวนี้จะพาทุกคนไปเจอบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีในเกาะฮอกไกโดกันให้แสบตา จากสีสันเขียวเหลืองแดงใบไม้เปลี่ยนสี และวิวเด็ดๆจากเกาะฮอกไกโดที่ขนกันมาบอกว่าเกาะชั้นนี่ก็สวยไม่แพ้ใคร ! &#160; &#160; 3 เรื่องต้องรู้ก่อนออกเดินทาง นั่งรถไฟหรือเช่ารถขับ? ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคมนาคมสาธารณะดีมากก็จริง แต่สำหรับเกาะฮอกไกโดนั้นรถไฟจะครอบคลุมเฉพาะเมืองใหญ่เท่านั้น ในส่วนของเมืองย่อยๆหรือสวนดอกไม้ที่เราอยากไปชมหรือจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆนั้นรถไฟหรือรถสาธารณะจะไปได้ค่อนข้างยาก หรือถ้ามีก็ใช้เวลารอรถนานมากจัดการเวลายาก ถ้ากรณีที่ไปกันหลายคนและมีคนขับรถเป็นแนะนำให้เช่ารถขับจะสะดวกที่สุด &#160; ใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮอกไกโด อยู่ช่วงไหน? โดยปกติแล้วใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนสีจากด้านบนประเทศไล่ลงมาเรื่อยๆโดยปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณกลางเดือนกันยายน แต่ทั้งนี้ก็ไม่เสมอไปในแต่ละปีนั้นอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะอย่างปีนี้ชิวไปตอนกลางเดือน ตค. ซึ่งตรงกับเวลาใบไม้เปลี่ยนสีพอดีเลยครับ ดังนั้นถ้าจะจองตั๋วล่วงหน้าก็ต้องวัดใจกันหน่อย หรือถ้าให้ชัวร์แบบอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆชัวร์ๆเลยก็เช็คพยากรณ์ของปีนั้นก่อนสัก 3 เดือนล่วงหน้าจะค่อนข้างแม่น แล้วค่อยจองตั๋วเครื่องบิน   3. อย่าลืมซื้อประกันเดินทาง แต่ก่อนทุกคนที่จะไปญี่ปุ่นต้องซื้อประกันเดินทางเพื่อทำวีซ่า ปัจจุบันฟรีวีซ่าแล้วแต่ผมอยากย้ำเตือนอีกครั้งซ้ำๆ ว่าประกันเดินทางคือสิ่งจำเป็น จำเป็นระดับเดียวกับเสื้อกันหนาว โดยเฉพาะการไปเที่ยวทั้งครอบครัวอย่างเรามีทั้งหลานตัวเล็ก ( 3 และ 7 ขวบ ) รวมทั้งแม่ผม ที่อายุ 67 ปีแล้ว ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่มีโอกาสป่วยได้ง่ายกว่ามาก ค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นก็แพงสุดๆๆๆ  ส่วนตัวผมเองก็ทำประกันเดินทางทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะเจอเรื่องอะไรบ้าง ทั้งหมดนี้สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยเงินหลักร้อย ช่วงที่ผมไปผมไล่ค้นดูประกันเดินทางหลายๆเจ้าและตัวเลือกที่ดีที่สุด ณ จุดนี้คือ TIPINSURE (ทิพยประกันภัย) คุ้มครองครบถ้วนในสิ่งจำเป็น และราคาถูกที่สุดเท่าที่ชิวไล่ดูแพคเกจ  [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/hokkaido-autumn-roadtrip-review/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเยือน Okinawa [ Sponsored Post ]</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/5-thing-to-be-okinawa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Dec 2017 09:44:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Advertorial]]></category>
		<category><![CDATA[Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Chilljourney]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[SponsorReview]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Okinawa]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โอกินาว่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.chilljourney.com/?p=11559</guid>

					<description><![CDATA[โอะกินะวะ หรือคนไทยอ่านว่า โอกินาว่า เกาะทางตอนใต้สุดสุดของญี่ปุ่น ที่นี่มีอุดมไปด้วยความสมบูรณ์และเสน่ห์แบบเมืองเขตร้อนอย่างที่หาไม่ได้จากจังหวัดไหนของญี่ปุ่น บางคนก็บอกว่ามีความผสมผสานวัฒนธรรมสไตล์จีนหรือไต้หวันลงไปมากทีเดียว ทะเลที่นี่ก็ดีงามน้ำใสแบบที่หาคู่แข่งสูสียากเลยล่ะ! นอกจากภาพเปิดของบล็อกนี้ที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิแล้ว เรามาดู 5 สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปเยือน Okinawa กัน &#160;  1. เที่ยวทะเลสุดสวย ภาพแรกที่คนคิดถึง Okinawa เกาะทางใต้สุดของญี่ปุ่นก็ต้องเป็นทะเล น้ำทะเลสีสวย สดใส ไปว่ายน้ำแหวกว่ายกับฝูงปลา เล่นน้ำเล่นทราย นั่งชิลล์ริมทะเล และสำหรับที่ลับๆที่อยากแนะนำถึงขนาดถูกเรียกว่าเป็น deserted island นั่นคือ Hatenohama Beach ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะ Kume Island น้ำที่นั้นใสมากกกก เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักผ่อนที่แท้ทรู &#160;  2. ขี่ม้าริมหาด อีกหนึ่งวิธีที่คูลที่สุดในการเที่ยวทะเล Okinawa คือการขี่ม้าริมหาด นั่งม้าไปชิลล์ๆลัดเลาะริมหาดไปตามเส้นทางที่น่าค้นหา ถ้ากำลังหาวิธีแบบนี้ล่ะก็ให้ลองมุ่งหน้าไปที่ Yomitan Village เราสามารถเรียนวิธีการขี่ม้าที่นั่นได้ตั้งแต่ผู้เริ่มต้น ไปฝึกกันที่นั่นแล้วลองขี่กันได้เลย!  3. พบปะผู้คนใช้ชีวิตแบบคน Okinawa Okinawa เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนใต้สุดสุดของญี่ปุ่น ดังนั้นให้ลบภาพญี่ปุ่นที่โตเกียวทิ้งไปก่อน เหมือนเราเที่ยวไทยอะ เหนือใต้ออกตกมันก็มีวัฒนธรรมและผู้คนไม่เหมือนกัน อยากให้ลองไปสัมผัสดู ปิดแผนที่แล้วเดินสัมผัสชีวิตการเป็นอยู่ของคนที่นั่น หรือจะไปพัก homestay สักคืนสองคืนก็จะยิ่งดีเลยล่ะ [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/5-thing-to-be-okinawa/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 สิ่งต้องรู้ก่อนจับมือแม่เที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ง้อทัวร์ !</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/10-tips-travelling-mom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Nov 2016 09:47:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Advertorial]]></category>
		<category><![CDATA[Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Chilljourney]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[พาแม่เที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวกับแม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยวิวัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.chilljourney.com/?p=6912</guid>

					<description><![CDATA[ตัดภาพย้อนไป 3 ปีก่อน ชิวตั้งตัวเองเป็น backpacker ด้วยความมโนเพราะไปเที่ยวเองมาแล้ว 1 ประเทศถ้วน ! ชิว : “แม่ๆไปญี่ปุ่นกัน ไปแบบไม่ทัวร์นะไหวไหม” แม่ : “จะไหวเหรอ แน่นะ ถ้าชิวคิดว่าไหวก็เอาเลย” ชิว : “ไหวสิแม่ เชื่อชิว” &#160; .       หลังจากนั้นก็เกิดความเครียดมหาศาลกับตัวเองว่าจะไหวไหม บ้าหาข้อมูลทุกอย่างจนพาแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นสำเร็จ 10 วันกับเส้นทางยอดฮิตในญี่ปุ่นตอนกลางไล่ตั้งแต่ Tokyo จนถึง Osaka  ตอนนี้ก็ผ่านมา 2 ปีครึ่งแล้วมั้ง ได้ฤกษ์ชวนแม่ไปญี่ปุ่นอีกรอบ รอบนี้เราจะไปแถวภูมิภาคคิวชูกัน วันนี้เลยมาเล่าให้ฟังดีกว่าว่า ต้องทำยังไงกับการพาแม่เที่ยวโดยอิงประสบการณ์ที่ไปเส้นทาง Tokyo – Osaka ครับ 1. บินตรงได้ก็ดี .       อย่างแรกเลยคือเครื่องบิน ก่อนวู่วามจองเพราะตั๋วถูกรีบไปถามก่อนทุกครั้งว่าเค้าโอเคไหมกับการบินต้องต่อเครื่อง แต่แนะนำเลยนะถ้ามันไม่แพงกว่ากันมากเอาบินตรงเถอะครับเดียวนี้สายการบินที่บินระหว่างไทยกับญี่ปุ่นก็เยอะขึ้นมากๆ และในกรณีที่คุณเลือกใช้บริการสายการบินแบบประหยัด (lowcost [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/10-tips-travelling-mom/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนแม่ แบกเป้เที่ยว&#8217; ญี่ปุ่น 10 วัน จากโตเกียวถึงโอซาก้าช่วงสงกรานต์ [ Chill Journey ]</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/japan10days/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Dec 2015 07:04:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Backpack]]></category>
		<category><![CDATA[Chill Journey]]></category>
		<category><![CDATA[ChillJourney]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาถูก]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวชิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.chilljourney.com/?p=2424</guid>

					<description><![CDATA[เอาเข้าเรื่องดีกว่า ญี่ปุ่นนี้ผมไปมาตั้งแต่เดือน เมษา 2557 นะครับ ก่อนที่จะไปนครวัดอีก 3 เดือน มันเริ่มจากคุณแม่ผมไปญี่ปุ่นมา 20 ปีมาแล้วเค้าอยากไปอีกรอบไอ้ผมนี่ไม่เคยคิดจะไปญี่ปุ่นเล้ย เพราะรู้สึกว่าญี่ปุ่นแพงเหลือเกิน คือถ้าจะแพงขนาดนี้ขอไปยุโรปแทนดีกว่าไหมอะ?แต่เมื่อแม่เราอยากไปเราก็เลยจัดให้ จะไปกับทัวร์ก็เสียชื่อผมหมด ก็เพราะมันแพงงงงงงมากกกกก ช่วงสงกรานต์ซากุระ 8 วันนี่เฉียดๆแสนกันเลย คิดว่าผมมีปัญญาไปไม๊ ? &#8230;. ไม่มีครับ (ทริปนี้เราหมดไปคนละประมาณ 4 หมื่นห้า รวมทุกสิ่งอย่างครับ ) ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาก็เพื่อแชร์ประสบการณ์ไปญี่ปุ่นพร้อมผู้สูงอายุด้วยครับ ว่ามันทำได้จริง &#8230; ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุมาก มี Priority line ให้เสมอ มีที่นั่งให้เสมอ ตามสถานีรถไฟกว่า 95% ก็มีลิฟหรือบันไดเลื่อนครับ อีกคำถามคือภาษาญี่ปุ่นจำเป็นต้องพูดได้ไหม บอกเลยว่า “ภาษาญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องรู้”ผมพูดไม่ได้สักคำก็พาครอบครัวเที่ยวได้ครับ หลายครั้งเรามัวแต่เที่ยวกับเพื่อน ก็เพราะมันสนุกหนิ อยากลุยไหนก็ไป จนลืมไปว่ามีคนที่คอยให้เราพาไปเที่ยวอยู่รึเปล่า? ถ้าคิดว่าพาไปเที่ยวเองไม่ได้ ก็ไปกับทัวร์ก็ได้นะครับพาเค้าไปเถอะ ออกตัวก่อนเลยว่าไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้แม่นะครับ พาเที่ยวอย่างเดียวครับ เอาเป็นว่าแทนที่เค้าจะต้องจ่ายแสนหนึ่ง เราพาเที่ยวสนุกกว่า มันกว่า ถูกกว่าครึ่งหนึ่งเป็นการตอบแทนละกันครับ 555 [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/japan10days/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวร้าน TOKQ ซูชิรถไฟสุดอร่อยแค่ 39 ขายไปได้ไง!</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/review-tokq/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Nov 2015 15:30:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Eat & Sleep]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[SponsorReview]]></category>
		<category><![CDATA[ChillJourney]]></category>
		<category><![CDATA[food blogger]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Thai]]></category>
		<category><![CDATA[Tokq]]></category>
		<category><![CDATA[ซูชิถูก]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม]]></category>
		<category><![CDATA[อร่อย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวชิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.chilljourney.com/?p=1939</guid>

					<description><![CDATA[.    วันนี้มาพาไปทานร้านซูชิรถไฟ เออไม่ใช่แบบสายพานนะ เป็นซูชิที่จะมาเสริฟด้วยรถไฟ(ของเล่น) ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าซูชิสายพานเนี้ยมันมีข้อเสียหนึ่งคือกว่าจะมาถึงเรามันก็มักจะเย็นละ ร้าน TOKQ นี้ก็เลยเป็นการเสริฟแบบรถไฟแล่นมาตามรางแทน ก็แปลกดีเหมือนได้ไอเดียมาจากญี่ปุ่นนะ .    ราคาร้านนี้ต้องบอกว่าแจ่มมาก ทุกจาน 39 บาทเท่านั้น แอบช็อคนิดหนึ่งอย่างจาน Salmon sasimi ทั้งสดทั้งหนา ขายได้ไง 39 บาท พิกัด : ร้านนี้อยู่ตึกสยามกิตติ์ ชั้นใต้ดินครับหาไม่ยากหน้าร้านประมาณนี้ มีป้ายทุกเมนู 39 บาท บรรยากาศก็จะประมาณนี้ครับ โต๊ะจะมีนั่งแบบโต๊ะเดี่ยว หรือ แบบนั่งได้ 4 คน ถ้าดูจากภาพก็จะเห็นว่ามีรางแล้วก็มีจอ เวลาสั่งก็จิ้มเอาจากหน้าจอเลยครับ สั่งได้ครั้งละ 4 จานพอสั่งเสร็จก็กดปุ่มส่งออเดอร์ รอสักพักรถไฟก็จะวิ่งมาส่ง ตื่นตาตื่นใจดี รอสัก 5 นาที รถไฟก็จะมาเสริฟแล้ว salmon sashimi เสริฟจานละ 2 ชิ้นหนาและสด คุณภาพเกินราคา 39 บาทไปเยอะเลยครับ [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/review-tokq/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้ยัง! ไปเที่ยวญี่ปุ่นมีไวไฟให้ใช้ฟรี แค่โหลดแอป Japan Connected-free japan</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/freewifijapan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2015 08:44:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Advertorial]]></category>
		<category><![CDATA[Nice2Read]]></category>
		<category><![CDATA[free]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Connected-free japan]]></category>
		<category><![CDATA[wifi]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เล่นเน็ตฟรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.chilljourney.com/?p=1526</guid>

					<description><![CDATA[.      ญี่ปุ่นเจ้าพ่อแห่งเทคโนโลยีวันนี้เค้ามีดีกว่าเดิม จากเดินที่ไวไฟฟรีมีแทบจะทั่วญี่ปุ่นอยู่แล้ว ทั้งสนามบิน ทั้งรถไฟใต้ดิน และจุดท่องเที่ยวสำคัญทั้งหลาย เค้าก็เลยทำข้อตกลงกันช่วยชาติกันหน่อยเพ่ 130,000 จุดรวมกันเลย แต่ปัญหายังมีเพราะการเล่น wifi ฟรีที่รู้กันคือต้องกรอกข้อมูลเยอะก่อนจะได้เล่นใช่ป่ะ ลงทะเบียนกันยาว เป็นใคร จากไหน เอ้าเลขพาสปอตตูอะไรวะ bla bla .      ไอ้เราก็อยากเล่นฟรีแต่ก็เพลียกับการกรอก แต่ขาดโลก social อัพภาพให้เพื่อนอิจฉาเล่นก็ไม่ได้อีก !  ทางญี่ปุ่นเค้าก็เลยจัดการทำ Application ขึ้นมาเลยอันหนึ่งแค่ลงทะเบียนครั้งแรกครั้งเดียว ครั้งต่อไปไม่ต้องละ แค่เปิด App แล้วกด connect  คือเล่นได้เลย คือดีมากกกกกกกก  รวมทั้งมีบอกจุดในแผนที่อีกว่าตรงไหนมีให้เล่นฟรีๆ ( ก็หวังให้บ้านเรามีมั่งนะ…  ) &#160; *รู้หมือไร่? Q : ทำไมเราต้องลงทะเบียนเล่นเน็ตให้ยุ่งยาก ก็ยกเลิกไปเลยดิ A : มันต้องลงทะเบียนเพราะ ถ้ามีคนเอาไวไฟเราไปใช้ในทางที่ผิด เจ้าของไม่เก็บข้อมูลไว้ว่าใครใช้ เจ้าของซวยครับ &#160; [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/freewifijapan/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 เหตุผลที่ควรออกท่องโลกแบบ Backpacker สักครั้งในชีวิต [ Chill Journey ]</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/9reasonforbackpack/</link>
					<comments>https://www.chilljourney.com/9reasonforbackpack/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Dec 2014 07:46:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Backpack Tips]]></category>
		<category><![CDATA[Trick & Tips]]></category>
		<category><![CDATA[Backpack]]></category>
		<category><![CDATA[ChillJourney]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[lowcost]]></category>
		<category><![CDATA[Thai]]></category>
		<category><![CDATA[Tip]]></category>
		<category><![CDATA[trip]]></category>
		<category><![CDATA[ตั๋วถูก]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาถูก]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวถูก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://chilljourney.wordpress.com/?p=270</guid>

					<description><![CDATA[มจะแชร์ประสบการณ์ที่ผมได้จากการเที่ยวแบบ Backpacker ตลอด 2 ปีครึ่งของผม ทำไมผมถึงชอบเที่ยวแบบนี้เหลือเกิน ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้แอนตี้การเที่ยวกับทัวร์นะ ถ้าทัวร์มันถูกกว่า มันสบายกว่า หรือประเทศนั้นอันตรายไปยาก  หรือถ้าคุณจะพาพ่อแม่ลูกหลานไปด้วยการเที่ยวแบบ Backpacker อาจไม่เวิร์คซื้อทัวร์ไปเถอะครับ ใครที่ “ยังมีแรง แต่ไม่มีใจ” อยากให้ลองอ่านบทความนี้ดูนะ ไม่แน่คุณอาจจะเปลี่ยนแนวคิดไปตลอดกาลแบบผมก็ได้ 1. ได้เห็นโลกมาก ในงบน้อย .       การท่องโลกมันไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากอย่างที่คิดครับ แน่นอนว่าไม่มีทัวร์ไหนพาคุณไปนอน Hostel ที่พักสำหรับผมคิดว่าไว้แค่ซุกหัวนอนก็พอ ขอให้ทำเลดี ปลอดภัย เท่านั้นก็เพียงพอต่อที่นอนแล้วใช่ไหมหล่ะ การกินก็เหมือนกัน ทำไมไปเที่ยวแล้วต้องกินหรู? .       ลองกินอาหารข้างทาง ( street food ) ดูบ้างไหมหล่ะ อร่อยจะตาย ลองคิดดูนะเอาในไทยก็พอ หมูปิ้งอร่อยๆคุณหากินในภัตตาคารได้อร่อยเท่าร้านข้างทางป่าว?  นั่นแหละเหตุผลเดียวกัน .       สรุปว่าการเที่ยวแบบ Backpack (บางครั้ง) มันถูกกว่าไปทัวร์ครึ่งๆ [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/9reasonforbackpack/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://www.chilljourney.com/9reasonforbackpack/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยากไปญี่ปุ่น 5 วัน ชาตินี้ต้องได้ไป มีเงินน้อยสุดเท่าไหรถึงอยู่รอด</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/japanlowcost/</link>
					<comments>https://www.chilljourney.com/japanlowcost/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2014 15:12:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Backpack]]></category>
		<category><![CDATA[ChillJourney]]></category>
		<category><![CDATA[lowcost]]></category>
		<category><![CDATA[Tip]]></category>
		<category><![CDATA[trip]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://chilljourney.wordpress.com/?p=44</guid>

					<description><![CDATA[ผมรู้สึกมาตลอดว่าคนไทยอยากไปญี่ปุ่นกันมาก นับจากคนรอบตัวผมก็ได้แต่ปัญหาหลักก็คือ &#8220;ค่าใช้จ่ายมันสูง&#8221; น้องๆยุโรปเลย คือทุกคนคิดว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องมี 40000 แหละกับโปรแกรมทัวร์มาตรฐาน 5 วัน 3 คืน ใจมันก็อยากไปนะเห็นคนโน้นคนนี้ไปกัน โคตรน่าอิจฉา เรานี่รายได้เดือนละ 15,000 ค่าใช้จ่ายก็หมดละ เก็บได้เดือนละ 1000 บาท 40 เดือนหรือ 3 ปีครึ่งกว่าจะได้ไป โอ้วแม่จ้าวววววววววววววว เลิก เลิก ฝันไปก่อนรอถูกหวยแป๊ป วันนี้ก็เลยมาลองคำนวนค่าใช้จ่ายให้ดูว่า ถ้าเอาแบบให้ได้ชื่อว่าไปญี่ปุ่นมาแล้ว ตัดเรื่องความสะดวกสบาย อาหารอร่อยขั้นเทพออกไป ขอให้ได้ฉันได้ไปญี่ปุ่นสักครั้งในชีวิต ฉันต้องเก็บเงินเท่าไหร !! ค่าใช้จ่ายหลักในการไปเที่ยวญี่ปุ่นก็จะมี 1. ค่าตั๋วเครื่องบิน   &#8211; 8,500 บาท เท่าที่ติดตามโปรโมชั่นมาตลอดผมเจอของ AirAsia ที่ประมาณ 8,500 บาท ไปกลับรวมภาษีเรียบร้อยแล้ว แต่!! ห้ามโหลดกระเป๋าและบริการเสริมใดๆทั้งสิ้นนะ ให้เอาเป้ไปได้ใบเดียวเท่านั้นขนาดไม่เกินที่สายการบินกำหนด คือ 7 กิโล 2. ค่าเดินทางจากสนามบินเข้าไปตัวเมืองโตเกียว &#8211; [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/japanlowcost/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://www.chilljourney.com/japanlowcost/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฺBackpack ญี่ปุ่น 10 วันช่วงซากุระ Day3 &#8211; Osaka</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/japantripday3/</link>
					<comments>https://www.chilljourney.com/japantripday3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2014 22:43:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Backpack]]></category>
		<category><![CDATA[ChillJourney]]></category>
		<category><![CDATA[trip]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://chilljourney.wordpress.com/?p=52</guid>

					<description><![CDATA[Day3 : Tokyo &#8211; Osaka วันนี้เราจะเริ่มใช้ JR Pass วันแรก ด้วยการนั่งรถไฟ Shinkansen รถไฟหรูหราสุดไฮโซ นั่งสบายกว่าเครื่องบิน economic classและเนื่องจากที่พักเราอยู่ใกล้เมือง Yokohama แล้วดังนั้นเราจึงไปขึ้นรถไฟกันที่สถานี Shin-Yokohama และเป้าหมายเราคือ Shin-Osaka พูดถึงเมือง Osaka จะเป็นเมืองใหญ่ที่เจริญมากๆคล้ายๆกับ Tokyo เลยครับ เป็นเมืองที่มีแสงสีสวยงามตอนกลางคืน ว่ากันว่า Osaka จะหลับตอนกลางวัน และ ตื่นตอนกลางคืน เห็นว่าจะจริงครับ เคล็ดไม่ลับ &#8211; การนั่งรถไฟจาก Tokyo-Osaka ให้จองที่นั่งทางด้านขวา เพราะช่วงหนึ่งจะผ่านภูเขาไฟฟูจิ ถ้าอากาศดีเราจะมองเห็นอย่างชัดเจน ถ้าใครจองไม่ทันเนื่องจากด้านขวาจะเต็มไวมากกก ให้อาศัยมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีเอา ผมก็เป็นหนึ่งคนที่จองไม่ทัน แต่อยากได้ภาพมากเลยขอฝรั่งที่นั่งทางขวา ยูๆขอถ่ายหน่อยนะ ฝรั่งท่านนั้นโอเค ผมเอามือถือถ่ายมาได้ดังนี้หล่ะครับ มิตรภาพในหมู่นักเดินทางมีเสมอ ใจเค้าใจเราแบ่งๆกันสุข หลังจากนั่งรถไฟมาสักพักก็ได้เจอฟูจิสมใจ โชคดีมากๆเพราะภูเขาไฟฟูจิขึ้นชื่อเรื่องขี้อาย หลายคนมาญี่ปุ่น 3 รอบแล้วยังไม่เคยได้เห็นสักครั้ง แต่ผมเห็นแต่ครั้งแรกที่พบเจอเธอ มันช่างประทับใจจริงๆ [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/japantripday3/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://www.chilljourney.com/japantripday3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Backpack ญี่ปุ่น Day2 &#8211; Tokyo</title>
		<link>https://www.chilljourney.com/japantripday2/</link>
					<comments>https://www.chilljourney.com/japantripday2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ChillJourney]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2014 07:25:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Backpack]]></category>
		<category><![CDATA[ChillJourney]]></category>
		<category><![CDATA[Thai]]></category>
		<category><![CDATA[Tokyo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://chilljourney.wordpress.com/?p=14</guid>

					<description><![CDATA[Day2 &#8211; Tokyo จากการเดินทางยาวเมื่อวานทำให้เราตื่นกันค่อนข้างสายประมาณ 9 โมงครับกว่าจะออกจากที่พักก็เกือบ 10 โมง วันนี้เราจะใช้ Metro pass ประมาณ 1000Y ใช้ใต้ดินได้เกือบทั้งโตเกียวเลย ถึงตัวเมืองโตเกียวประมาณ 11 โมง สถานที่ๆเราจะไปที่แรกคือ &#8220;Chidorigafuchi&#8221; สถานที่ชมซากุระในโตเกียวที่น่าจะสวยที่สุดแล้ว ข้อมูลที่ชมซากุระ : http://japan-magazine.jnto.go.jp/1403_sakuraphoto.html# เคล็ดไม่ลับ &#8211; ซากุระจะบานประมาณปลายเดือนมีนา เราไปวันที่ 11 เมษา เพราะฉะนั้นซากุระได้เลยช่วงเวลาที่สวยที่สุดไปแล้ว แต่อย่างไรผมว่ามันก็ยังสวยอยู่ดี คู่หนุ่มสาวพายเรือ ชมซากุระมุ้งมิ้ง น่าอิจฉาแท้ หลังจากชมที่ Chidorigafuchi เสร็จเราก็เดินไปที่ ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine) ศาลเจ้าที่มีดราม่าเป็นประจำ เพราะเป็นศาลเจ้าที่สร้างแทนลัทธิญี่ปุ่นที่เคยโหดเหี้ยมในอดีต ใครอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมก็ลอง google ดูแล้วกันนะครับ จากนั้นเราก็เดินกลับกันเพื่อไปขึ้น metro เพื่อไปวัดอาซากุซะ  บรรยากาศระหว่างทาง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เที่ยงแล้วได้เวลากินข้าว แถววัดอาซากุซะ เค้าว่าต้องกินเทมปุระเจ้าดัง มื้อนี้โดนไป 1500Y กินอิ่มแล้วก็เดินเที่ยวต่อได้ ไปวัดยอดฮิตของคนไทยกันครับ วัดอาซากุซะ สัญลักษณ์คือโคมแดงใหญ่เบิ้มนี่เอง [&#8230;]
<p><a href="https://www.chilljourney.com/japantripday2/" rel="nofollow">Source</a></p>]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://www.chilljourney.com/japantripday2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
