รีวิวขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์เกาะใต้ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใครกำลังเล็งทริป Road Trip แบบฟินๆ ขับรถเที่ยวเอง บอกเลยว่าต้องจัด เส้นทางขับรถเที่ยวเกาะใต้นิวซีแลนด์ คือสวยจนลืมหายใจ ทุกโค้งคือมุมถ่ายรูป ทุกจุดคือไฮไลท์

ทริป 9 วันนี้เราลุยกันตั้งแต่ Christchurch ลงไปถึง Queenstown แม้ช่วงที่อยู่ Lake Tekapo ฝนจะตกหนักจนอดดูทางช้างเผือกแบบที่ตั้งใจไว้ แต่พระเจ้ายังเข้าข้าง เพราะตอนไป Milford Sound อากาศดันดีเว่อร์ บรรยากาศคือสวยตะลึง น้ำตกอลังการ ท้องฟ้าเปิดจนต้องยกให้เป็นไฮไลท์ที่สุดของทริปนี้เลย

สิ่งที่ทำให้ทริปนี้สมูทสุดๆ คือเรื่องเน็ต เวลารถวิ่งข้ามเมืองไกลๆ หรือขึ้นเขา บางทีเราก็กังวลเรื่องหลงทาง แต่รอบนี้เราใช้ SIM ของ hsimgo (https://hsimgo.com/) บอกเลยว่างานดีมาก เน็ตแรงสะใจ จะอัปสตอรี่หรือเช็คแมพก็ลื่นปรื๊ด ไฮไลท์ที่ชอบมากคือแพคเกต 1GB FUP 1 Mbps ของเค้า คือต่อให้เราใช้เน็ตโควตาหลักหมด ความเร็วก็ยังเหลือ 1 Mbps ซึ่งพอเหลือเฟือสำหรับการเปิด Google Maps นำทาง หรือแชทคุยกับเพื่อนในกลุ่ม ไม่ต้องกลัวเน็ตตัดจนเคว้งกลางเขาแน่นอน ใช้ง่ายมากแค่กดลงทะเบียน E-sim ก็จบ ใครจะมานิวซีแลนด์หรือไปต่างประเทศ แนะนำเจ้านี้เลย คุ้มจริง!

สรุปคือทริปนิวซีแลนด์รอบนี้ได้ชาร์จพลังแบบเต็มที่ แม้จะไม่ได้เห็นดาวแต่ได้เจอ Milford Sound ในวันที่ฟ้าเปิดก็คือโชคดีที่สุดแล้ว ใครกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ จัดทริปตามนี้เลย รับรองไม่ผิดหวัง

#NewZealand #MilfordSound #RoadTrip #AutumnInNZ #hsimgo #ซิมต่างประเทศ #ChillJourney #เที่ยวกับชิว


 

DAY1 : วันแรกใน Christchurch เราเริ่มจากการไปรับรถเช่าแล้วเริ่มลุยเมืองสวนดอกไม้แห่งนี้ บรรยากาศในเมืองมีความผสมผสานระหว่างตึกเก่าคลาสสิกกับความทันสมัยที่ลงตัวมาก แนะนำให้ไปเดินเล่นแถว Botanic Gardens หรือเลียบแม่น้ำ Avon ช่วงนี้ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีสวยจัดๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็รอด 

สิ่งที่ห้ามพลาดเลยในวันแรกคือการแวะคาเฟ่โลคอล จิบกาแฟอุ่นๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ และเดินดูความน่ารักของเมืองที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวในอดีตจนกลายเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

พอแลนดิ้งปุ๊บ สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือเรื่องเน็ต รอบนี้เราพกซิมของ hsimgo ไปด้วย บอกเลยว่าสะดวกมากแค่เสียบซิมก็ใช้งานได้ทันที ที่เลือกเจ้านี้เพราะเขามีแพ็กเกจเด็ด 1GB FUP 1 Mbps ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ ถ้าเราใช้เน็ตโควตาหลักหมด ความเร็วก็ยังเหลือ 1 Mbps ซึ่งมันเพียงพอมากสำหรับการเปิด Google Maps นำทาง หรือแชทคุยอัปเดตแพลนกับแก๊งเพื่อน ไม่ต้องกังวลว่าเน็ตจะตัดจนเคว้งอยู่ต่างที่แน่นอน

ซื้อได้ที่ https://hsimgo.com/ ผ่านเว็บได้เลย

พิกัดแรกที่ต้องไปเช็คอินเลยคือ Riverside Market ตลาดในร่มใจกลางเมืองที่รวบรวมของกินเด็ดๆ ไว้เพียบ บรรยากาศข้างในคือดีมาก มีความโมเดิร์นแต่ยังได้กลิ่นอายความอบอุ่น มีทั้งโซนของสด อาหารปรุงสำเร็จ ขนมหวาน และคาเฟ่เท่ๆ ให้เลือกเพลินๆ เหมาะมากสำหรับใครที่เพิ่งลงเครื่องมาหิวๆ แล้วอยากหาอะไรกินแบบหลากหลายที่เดียวจบ 


DAY2 คือการเริ่มต้น Road Trip ของจริง! เส้นทางวันนี้คือ Great Alpine Highway ที่จะพาเราข้ามเกาะไปฝั่ง West Coast บอกเลยว่าวิวข้างทางคือเปลี่ยนไปทุกชั่วโมง สวยจนต้องจอดถ่ายรูปบ่อยมาก

ไฮไลท์แรกของวันคือ Castle Hill หรือ Kura Tawhiti ที่นี่คือกลุ่มหินปูนยักษ์ที่วางตัวสลับซับซ้อนเหมือนปราสาทโบราณ เดินเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังแฟนตาซีเลยเพื่อนๆ มุมถ่ายรูปเยอะมาก แนะนำว่าเตรียมรองเท้าเดินดีๆ มาด้วยนะ เพราะทางเดินเป็นดินและหญ้า เดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน

ปลายทางของวันนี้เรามุ่งหน้าสู่ฝั่ง West Coast บรรยากาศจะเปลี่ยนจากทุ่งหญ้ากว้างๆ มาเป็นป่าฝนที่เขียวชอุ่มและติดชายฝั่งทะเล ลมเย็นๆ ปะทะหน้าคือดีมาก เป็นการจบวันที่สองแบบประทับใจสุดๆ วันถัดไปจะพาไปดูธารน้ำแข็งและทะเลสาบกระจกที่สวยจัดดดดด


DAY 3: เมื่อท้องฟ้าไม่เป็นใจ แต่ใจเราต้องสู้! วันนี้บทเรียนสำคัญของการมา Road Trip นิวซีแลนด์คือ ‘สภาพอากาศเดาใจยาก’ 

แพลนเดิมคือตั้งใจจะไปเก็บภาพ Lake Matheson ทะเลสาบกระจกชื่อดัง แต่ตื่นมาเจอฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา ฟ้าปิดสนิทจนมองไม่เห็นยอดเขาเลย

สุดท้ายเราเลยเลือกที่จะใช้เวลานี้พักผ่อนยาวๆ อยู่ในที่พัก จิบกาแฟอุ่นๆ ฟังเสียงฝนพรำๆ ดูวิวป่าฝนฝั่ง West Coast ไปแทน ถึงจะไม่ได้ออกไปลุยแต่ก็ได้ฟีลพักผ่อนที่แท้จริง ได้นอนมองวิวจากหน้าต่างห้องพักก็ชิวไปอีกแบบ 

ถึงทริปนี้จะแอบโชคร้ายเรื่องฝนที่ทำให้เราไม่ได้รูปหน้างาน แต่เราขอขุดเอาภาพบรรยากาศสวยๆ จาก ‘รอบก่อน’ มาให้เพื่อนๆ ดูแทนว่าถ้าฟ้าเปิดที่นี่มันจะอลังการขนาดไหน! Lake Matheson คือจุดที่สะท้อนยอดเขา Mount Cook และ Mount Tasman ได้นิ่งกริบเหมือนกระจกของจริง เป็นทางเดินวนรอบทะเลสาบที่เดินง่ายมาก ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชม. ใครสายถ่ายรูปบอกเลยว่ามุมนี้คือที่สุดของเกาะใต้

แต่ความโชคดีคือเราไปเจอจุดเช็คอินอย่าง Fox Glacier Viewpoint จุดนี้คือสวรรค์ของคนขี้เกียจเดินหรือคนที่ทำเวลาไม่ได้ เพราะเป็นจุดชมวิวที่ขับรถไปจอดปุ๊บ เดินอีกนิดเดียวคือถึงเลย ไม่ต้องเดินเทรคกิ้งเป็นชั่วโมงเหมือนที่อื่น

แถมวันที่ฟ้าเปิด วิวที่นี่คือคล้ายกับ Lake Matheson แค่ไม่มีเงาสะท้อนน้ำเท่านั้นเอง เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับวันที่สภาพอากาศไม่อำนวย หรือใครที่อยากประหยัดแรงไว้ลุยจุดอื่นต่อ

ใครมาฝั่ง West Coast แล้วไม่อยากเดินเยอะ ปักหมุดตามมาที่ Fox Glacier Viewpoint ได้เลย งานดีไม่แพ้กัน 


DAY 4: วันนี้คือวันแห่งการ Road Trip ที่แท้ทรู! เราบอกลาฝั่ง West Coast แล้วมุ่งหน้าสู่เมือง Wanaka เส้นทางวันนี้คือ Haast Pass ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยระดับโลก ยิ่งมาช่วง Autumn แบบนี้บอกเลยว่ามองไปทางไหนก็น่าจอดรถถ่ายรูปไปหมด 

เรามาถึงเมือง Wanaka ในช่วงบ่ายแก่ๆ ทันเวลาไปเช็คอินกับ That Wanaka Tree ต้นไม้ที่โด่งดังที่สุดในนิวซีแลนด์ บรรยากาศริมทะเลสาบตอนเย็นคือดีต่อใจมาก แสงส้มๆ กระทบผิวน้ำพร้อมฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ เป็นการจบวันที่ 4 แบบสมบูรณ์แบบที่สุด


DAY 5: ตื่นมาเช้ามาที่ Queenstown มองออกไปวิวที่หน้าต่างโคตรจะเลิศ วันนี้เราเริ่มเช้าแบบอลังการด้วยการขึ้นกระเช้า Skyline Queenstown Gondola ไปชมวิวเมืองแบบพาโนรามา เห็นทะเลสาบ Wakatipu ตัดกับเทือกเขา The Remarkables แบบเต็มตา 

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยคือการเล่น Luge หรือเลื่อนสไลด์ลงเขา! บอกเลยว่ารอบเดียวไม่เคยพอจริงๆ ความรู้สึกตอนบังคับเลื่อนลงมาพร้อมเห็นวิวอลังการอยู่ตรงหน้าคือที่สุดของความฟิน สนุกจนลืมอายุไปเลย !!


DAY 6: แต้มบุญทำงานหนักมาก วันนี้คือที่สุดของความประทับใจในนิวซีแลนด์เกาะใต้ เพราะเราจะมุ่งหน้าสู่ Milford Sound สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกที่ใครมาเกาะใต้แล้วไม่ได้มาคือพลาดอย่างแรง

เราออกเดินทางจาก Te Anau ตั้งแต่เช้าเพื่อเลาะไปตามเส้นทาง Milford Road บอกเลยว่าเส้นทางนี้คือหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดในโลก ยิ่งมาช่วง Autumn แบบนี้ วิวข้างทางคือการปะทะกันของยอดเขาหิมะกับป่าเปลี่ยนสีที่สวยจนอยากจะจอดรถถ่ายรูปทุกๆ 5 นาทีเลย จุดแรกที่แวะคือ Eglinton Valley ทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาที่กลายเป็นสีทองอร่าม

ไฮไลท์ที่ทำให้เรายิ้มแก้มปริคือการล่องเรือใน Milford Sound ปกติที่นี่ฝนตกบ่อยมาก แต่ทริปนี้เราโชคดีแบบสุดๆ เพราะท้องฟ้าเปิด แดดออกเปรี้ยง ทำให้เห็นยอดเขา Mitre Peak สูงตระหง่านตัดกับน้ำในฟยอร์ดสีเข้ม บรรยากาศตอนเรือแล่นผ่านน้ำตก Bowen Falls และ Stirling Falls แล้วโดนละอองน้ำกระเด็นใส่หน้าคือสดชื่นแบบตะโกน

จบทริปวันที่ 6 แบบใจฟูสุดๆ แม้ช่วงก่อนหน้านี้เราจะเจอฝนจนพลาดจุดดังๆหลายจุด แต่การได้เห็น Milford Sound ในวันที่ฟ้าใสแบบนี้ถือเป็นการชดเชยที่ยิ่งใหญ่มาก


 

DAY 7: วันนี้จะพาไปเดินเล่นที่ Arrowtown เมืองเล็กๆ ที่เสน่ห์ล้นเหลือมาก โดยเฉพาะช่วง Autumn แบบนี้บอกเลยว่ามองไปทางไหนก็สวยไปหมด

ครั้งแรกที่มาถึง Arrowtown คือประทับใจสุดๆ บรรยากาศเมืองเก่าที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสีส้มเหลืองมันดีต่อใจมาก เดินเล่นถ่ายรูปแถวแม่น้ำ Arrow River คือที่สุดของความชิล ใบไม้ร่วงเต็มพื้นตัดกับน้ำใสๆ ถ่ายรูปออกมายังไงก็ดูดี 

และที่พลาดไม่ได้เลยคือร้านไอติม Patagonia ร้านดังในตำนานที่ใครมาก็ต้องแวะ จัดไอติมรสเด็ดสักโคนเดินกินท่ามกลางอากาศเย็นๆ บอกเลยว่าฟินแบบตะโกน

ความพีคของวันนี้คือตอนไป Peter’s Lookout จุดชมวิวถนนมุ่งหน้าหา Mt. Cook ที่กะจะไปถ่ายรูปสวยๆ ปรากฏว่าฝนถล่มหนักมาก! มองไปข้างหน้าคือเห็นแต่สีขาวโพลน ไม่เห็นยอดเขาอะไรเลยเพื่อนๆ ใครจะมานิวซีแลนด์ต้องทำใจว่าอากาศเปลี่ยนไวมากจริงๆ งานนี้เลยต้องขอขุดเอารูปเก่าจากรอบก่อนมาให้ดูเป็นน้ำจิ้มไปก่อนนะว่าถ้าฟ้าเปิดที่นี่มันจะอลังการขนาดไหน

พอถ่ายรูปไม่ได้ แผนสำรองที่กู้ชีพได้ดีที่สุดคือเรื่องกิน! เราเลยมุ่งหน้าไปที่ High Country Salmon ฟาร์มแซลมอนใกล้ๆ Tekapo แซลมอนที่นี่สดมาก เนื้อหวานฉ่ำ กินแล้วหายนอยด์เรื่องฝนทันที เป็นจุดแวะพักที่สายกินห้ามพลาดเด็ดขาด

เรื่องที่ช่วยให้ชีวิต Road Trip วันนี้รอดตายก็คือเน็ตของ hsimgo (https://hsimgo.com/) ที่สัญญาณนิ่งมากแม้จะอยู่กลางฝนและยอดเขา ที่ชอบที่สุดคือแพ็กเกจ 1GB FUP 1 Mbps ของเค้าเนี่ยแหละ เพราะตอนที่อัปรูปใบไม้เปลี่ยนสีเยอะๆ จนเน็ตโควตาหลักหมด ความเร็วที่เหลือ 1 Mbps ก็ยังแรงพอจะเปิด Google Maps นำทางไปกินแซลมอนและกลับที่พักได้แบบชิลๆ ไม่ต้องกลัวเน็ตตัดกลางทาง


DAY 8: วันนี้ขอยกให้เป็นวันพักผ่อนที่แท้ทรู เพราะเราเลือกจองบ้านพักหลังใหญ่แบบส่วนตัวติดริมทะเลสาบ Lake Tekapo ไปเลยเพื่อนๆ วิวหน้าบ้านคือทะเลสาบสีฟ้าตัดกับใบไม้เปลี่ยนสีสีส้มเหลืองรอบๆ บ้าน บรรยากาศคือดีงามจนอยากจะสิงอยู่ที่นี่ไปยาวๆ แม้ทริปนี้เราจะอกหักอดดูทางช้างเผือกเพราะฝนตกหนักมาหลายคืน แต่การได้นอนดูวิวทะเลสาบจากในบ้านอุ่นๆ มันก็เพียงพอแล้วแก่ทริปพักผ่อนพักใจแบบนี้

DAY9 : วันสุดท้ายของทริปนิวซีแลนด์เกาะใต้ บอกเลยว่าใจหายสุดๆ วันนี้เราต้องขับรถยิงยาวจาก Lake Tekapo มุ่งหน้ากลับเข้าเมือง Christchurch เพื่อเตรียมตัวบินกลับไทยกันแล้ว

วิวระหว่างทางวันสุดท้ายนี้ยังคงความอลังการแบบตะโกนเหมือนเดิม โดยเฉพาะภาพน้องแกะตัวอ้วนกลมที่กระจายอยู่เต็มทุ่งหญ้าข้างทางสีเหลืองทอง เห็นแล้วต้องจอดแวะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

สิ่งที่ทำให้ทริปนี้สมูทมาตั้งแต่วันแรกจนถึงนาทีสุดท้ายที่สนามบิน Christchurch คือเรื่องเน็ต E-sim ที่เลือกใช้จาก hsimgo (https://hsimgo.com/) ที่ช่วยชีวิตไว้เยอะมาก วันสุดท้ายแบบนี้เราต้องใช้เน็ตเยอะทั้งเช็คสถานะเที่ยวบิน และเปิด Google Maps นำทางไปจุดคืนรถและสนามบิน ก็ใช้ได้ตลอดแทบไม่เจอจุดที่ไม่มีสัญญาณ 

บ๊ายบายนะนิวซีแลนด์ เป็นทริป 9 วันที่ครบรสมาก ทั้งฝน ทั้งแดด ทั้งใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยจนลืมไม่ลง ถึงจะไม่ได้เห็นทางช้างเผือกเพราะฝนกวนใจ แต่ความทรงจำที่เหลือคือคุ้มค่าที่สุดแล้ว ใครกำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ จัดตามแพลนนี้ได้เลยนะ รับรองว่างานดีแน่นอน

 

ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::

Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey :: เที่ยวอย่างชิว
Youtube : ChillJourney

Blog แนะนำเคล็ดลับการจองที่พัก อ่านเถอะจะได้ไม่พลาดอีก!