Chill Journey | Thai Travel & Lifestyle blog

เที่ยวญี่ปุ่นที่ “นีงะตะ” และ “กุนมะ” สัมผัสธรรมชาติสุดอลังการได้ไม่ไกลโตเกียว

ภาคต่อจาก Part ที่1 เที่ยวญี่ปุ่นสัมผัสหิมะใกล้โตเกียว ข้อมูลการเดินทางอย่างละเอียด ที่ผมพาไปรู้จักกับสกีรีสอร์ทเผื่อสัมผัสหิมะใกล้โตเกียว ด้วยพระเอกอย่าง JR Tokyo wide pass เส้นทางนั่งรถไฟเที่ยวรอบๆโตเกียว 3 ในราคา 10000 เยนเท่านั้น (รายละเอียดเขียนไว้แล้วใน Part 1 ) จากเมือง Yuzawa ผมจะพาไปเที่ยวกันต่อครับ

P1070554

Brief :  จังหวัดนีงะตะ (Niigata Prefecture) นั้นมีลักษณะเป็นทางยาวหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น ตั้งอยู่กลางเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในสี่เกาะหลักของญี่ปุ่น(เกาะเดียวกับโตเกียว) นีงะตะมีชื่อเสียงทางด้านการผลิตสาเกญี่ปุ่น เพราะมีทั้งข้าวและน้ำคุณภาพดี สาเกและอาหารทะเลสดๆ ในร้านอาหารที่มีอยู่ทั่วเมือง โดยแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ ชายฝั่งทะเลอันงดงาม วิวทิวทัศน์ของภูเขา การแสดงดอกไม้ไฟในฤดูร้อน สกีในฤดูหนาว และการแช่น้ำพุร้อนตลอดทั้งปี

ถ้าใครสนใจที่เที่ยวอื่นๆในจังหวัดนีงะตะ สามารถดูได้เพิ่มจากเว็บไซต์ :: http://enjoyniigata.com/en/ ครับ


Day2 : Tsubame Sanjo (Niigata Prefecture)

วันที่ 2 เรายังเที่ยวต่ออยู่ในจังหวัดนีงะตะ (จังหวัดที่มีเมือง Yuzawa อยู่นั่นเอง) ผมมาขึ้นรถไฟที่สถานี Echigo Yuzawa โดยวันนี้เราจะนั่งรถไฟสายพิเศษ Genbi Shinkansen ไปยังสถานี Tsubame Sanjo รถไฟสายนี้จะวิ่งเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดพิเศษครับ สามารถดูข้อมูลรถไฟและตารางวิ่งได้ที่เว็บ :: http://www.jreast.co.jp/genbi/en/

GENBI SHINKANSEN นั้นมีความพิเศษคือเป็น “พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่วิ่งได้ ที่เร็วที่สุดในโลก”  เริ่มวิ่งให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2016 บนสาย Joetsu Shinkansen ระหว่างสถานี Echigo-Yuzawa ถึงสถานี Niigata 

ภายในรถไฟแต่ละขบวน นอกจากจะมีการจัดแสดงงานศิลป์ร่วมสมัยจากศิลปินที่รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะรถไฟขบวนนี้แล้ว ยังมีคาเฟ่ที่เสิร์ฟ Tsubame Coffee และของหวานที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น จากร้าน Romi-unie โดย Igara Shiromi อีกทั้งยังมีห้องสำหรับเด็ก และ วิวจากหน้าต่างรถไฟสวยๆ ตลอดเส้นทาง

แต่ละโบกี้สวยมากและตบแต่งด้วยงานศิลปะที่ไม่เหมือนกันเลยครับ งานดีจริงๆ

อันนี้เป็นงานกระดาษที่เอามาตัดและห้อยไว้กึ่งๆ 3 มิติ สวยมาก

โบกี้เด็ก ดีงามไปอีก

ถึงกับมีมินิคาเฟ่ในรถไฟ สั่งกาแฟมาทานนั่งชมวิวสวยๆข้างทาง

ดีกว่ากาแฟก็ต้องวิวแล้วล่ะเนี้ย สวยจริง 🙂

นั่งเพลินๆชมวิวสวยๆแป๊ปเดียวก็ถึงสถานี Tsubame Sanjo ผมไปต่อยังศาลเจ้า Yahiko (Yahiko Shrine) ศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความรักแล้วยังมีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของดวงการงานและการปัดเป่าโชคร้าย อีกทั้งยังมีวิวที่สวยงามเพราะถูกโอบล้อมด้วยภูเขายะฮิโคะ

ข้อมูลเดินทางด้วยตัวเอง ::

  1. Get off at Tsubame-Sanjo station on Joetsu-Shinkansen
  2. Change to the local train on Yahiko Line. From Tsubame-Sanjo to Yahiko, about 30 minutes.
  3. From Yahiko station, about 15 minutes on foot

ศาลเจ้านี้ค่อนข้างใหญ่เลยครับ เดินชมความงามของสวนภายในศาลเจ้าไปเรื่อยๆผมก็พบกับ “การแสดงยิงธนู” ผู้บรรยายบอกว่าผู้สูงอายุพวกนี้ก็จะได้รับการคัดเลือกมาแล้วว่ายิงได้แม่นยำ อะไรทำนองนี้ และในการยิงแต่ละครั้งทุกคนก็จะตั้งใจมากๆ (ระยะยิงไกลประมาณ 50 เมตรน่าจะได้) ถ้ายิงเข้าเป้าเค้าก็จะขานเสียงดัง ดูไปลุ้นไปเลยครับ

เดินเรื่อยๆก็จะเจอที่ชำระล้างร่างกายก่อนเข้าครับ วิธีการชำระก่อนเข้าศาลเจ้าญี่ปุ่น หลักๆก็ให้ตักมา 1 ครั้ง  ล้างมือซ้าย ล้างมือขวา เทน้ำใส่มือซ้ายและบ้วนปาก ล้างมือซ้ายอีกครั้ง(ที่โดนปากเรา) และ ยกกระบวยขึ้นเพื่อให้น้ำไหลลงมาตามก้านเพื่อเป็นการล้างกระบวยครับเป็นอันจบ (ผมไปมาหลายครั้งแต่ละคนก็จะมีวิธีต่างๆกันแต่แนวๆนี้ละครับ)

เดินต่อไปอีกนิดครับใกล้เจอศาลแล้วครับ

ถ้าเห็นศาลพร้อมผู้คนต่อคิวเนื่องแน่นแปลว่าถึงแล้วล่ะครับ เดินไปต่อแถวกับเค้าได้เลยครับ

เมื่อถึงหน้าศาลเจ้า ก็ถึงเวลาขอพรให้ทำตามนี้ครับ (แต่ละศาลมีวิธีต่างกันถ้ามีป้ายให้ทำตามนั้น…แต่มาตรฐานทั่วไปประมาณนี้)

1.เมื่อเห็นกล่องไม้ขนาดใหญ่ข้างหน้า (เรียกว่ากล่อง Saisen) ให้โยนเหรียญ 5 เยนลงไป ( นิยมใช้เหรียญ 5 เพราะพ้องเสียงกับคำประมาณ โชคดี ของภาษาญี่ปุ่น ถ้าไม่มีจะใช้เหรียญอื่นๆก็ได้ครับไม่ผิดอะไร )

      2.จากนั้นดึงเชือกเพื่อสั่นระฆังหรือกระดิ่ง (ถ้าไม่มีให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย)
      3.โค้งคำนับในท่า 90 องศา 2 ครั้ง
      4. ปรบมือเสียงดัง 2 ครั้งแล้วจึงพนมมืออธิษฐานในใจ
        5. เมื่อขอพรเสร็จแล้วให้โค้งคำนับอีก 1 ครั้ง เป็นอันเสร็จขั้นตอน

เสร็จภารกิจจากศาลเจ้าก็ได้เวลาทานอะไรอร่อยๆแถวหน้าศาลเจ้ามีเพียบเลยครับ ที่ดังๆก็จะเป็นก้อนบุกในสไตล์โอเด้งแบบนี้แล อากาศหนาวๆได้ทานอะไรร้อนๆ ฟินอยู่

และไม่พลาดซอร์ฟครีม ร้านเจ้าดังถ้าหันหน้าเข้าศาลเจ้าเดินมาทางซ้ายสุดเลยครับจะเจอร้านขายขนมเจ้าดัง และ ในนั้นมีขายซอร์ฟครีมด้วย เนื้อละมุนใช้ได้เลย ( 320 Yen )

จากศาลเจ้าเค้าก็พาผมไปดูที่ร้าน Gyokusendo ดูวิธีการทำเครื่องทองแดงของคนญี่ปุ่นครับ ร้านนี้มีประวัติยาวนาวถึง 200 ปี! เค้าใช้วิธีเคาะด้วยมือทีละชิ้นทีละชิ้น งานละเอียดมากและเค้าใช้ได้กันเป็น 20 – 40 ปีโน้นเลยแบบใช้รุ่นสู่รุ่น แต่ด้วยราคาแล้วก็ถือว่าแรงเลยล่ะครับ … อันละเป็นหมื่นบาทเลย

ต่อที่ Tsubame Sanjo Regional Industries Promotion Center อันนี้อยู่ในตัวเมืองไม่ไกล Tsubamesanjō Station นักครับเป็นศูนย์แสดงสินค้า พวกสินค้าในพื้นที่ ของดีประจำเมือง Tsubamesanjō อะไรทำนองนี้ครับ แต่ทำดีมาก และของก็ดีและน่าใช้ทั้งนั้นเลย (ราคาไม่แพงด้วย)

ถ้าเราซื้อมีดสามารถที่สลักชื่อได้ด้วยครับ (แต่ได้เฉพาะภาษาญี่ปุ่นนะ คือเอาชื่อเราไปเขียนในคำอ่านภาษาญี่ปุ่นอะครับ)

แก้วนี้สวยมากกกกกก เสียตังให้กับแก้วใบนี้กันหลายคน

เช็คอินที่โรงแรมล้างหน้าล้างตาเล็กน้อยแล้วเดินไปทางอาหารค่ำที่ร้าน Kitano suisan Tsubame Sanjo เป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่นที่อร่อยมากๆแนะนำ ( พิกัด : 39.46366,140.4797713 ใกล้ๆสถานี Tsubame Sanjo )

หมดวันแล้วเป็นวันที่แอบเหนื่อยอยู่นะ คืนนี้เรานอนกันที่ Hotel New Green Tsubamesanjo ครับ เป็น business hotel ราคากลางๆทำเลดี อุปกรณ์ครบถ้วน ห้องเล็กนิดหนึ่งตามสไตล์โรงแรมญี่ปุ่นแต่ก็ไม่ได้อึดอัด นอนสบายเลยล่ะ 🙂

วันที่ 3 :: Gunma Prefecture

เช้าวันที่ 3 จากโรงแรมเราเดินไปขึ้นรถไฟกันที่สถานี Tsubame Sanjo โดยมีเป้าหมายคือการนั่งรถไฟสายพิเศษ SL ไปยังเมือง Minakami ในจังหวัดกุมะ แต่เราจะต้องนั่งรถไฟแบบปกติก่อนไปยังสถานี Takasaki และต่อรถไฟสาย SL Minakami ต่อไปยังสถานี Minakami ครับ วิธีการจองค่อนข้างยากถ้าสนใจรถไฟขบวนพิเศษแบบโบราณก็เข้าเว็บไซต์นี้ครับเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน กด google translate แปลกันเอง  http://www.enjoy-minakami.jp/sl/sl.html )

รู้จักกับจังหวัดกุมะ Gunma Prefecture แบบสั้นๆโดยจังหวัดกุมะนั้นตั้งอยู่ใจกลางของเกาะประเทศญี่ปุ่น ที่นี่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยภูเขาอาคางิยามะ, ภูเขาฮารุนะซันและภูเขาเมียวงิซัน, ภูเขาอาซามะยามะ และภูเขาทานิงาวะดาเคะ ว่ากันว่าจังหวัดกุนมะมีออนเซ็นมากกว่า 200 แห่งทีเดียวครับ เมืองแหล่งออนเซ็นขึ้นชื่อสี่แห่ง ได้แก่ Minakami, Kusatsu, Ikaho และ Shima รวมตัวกันเป็น 4 เมืองน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่ทำให้คนต่างหลงไหลในจังหวัดกุนมะ โดยวันนี้เราจะพาไปชมหนึ่งในเมืองเหล่านั้นคือ Minakami นั่นเอง

พอนั่งไปสักครึ่งทางก็จะมีการแวะจอดนานๆสถานีหนึ่งครับ สามารถลงไปถ่ายรูปได้มีเวลาให้ประมาณ 20 นาทีครับ

รถสวยมากกกก คลาสสิกสุดๆ

บรรยากาศภายในรถครับ ซึ่งคนญี่ปุ่นจะตื่นเต้นและเฝ้ารอการขึ้นขบวนนี้มากเลยนะ เพราะรถแบบนี้เค้ายกเลิกการใช้งานไปนานมากๆๆๆแล้ว  ส่วนคนไทยก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กครับสวยนะ บรรยากาศดี แต่ไม่ตื่นเต้นกับบรรยากาศภายในเพราะ…มันคือรถไฟบ้านเรานี่เอง แต่สะอาดและสวยงามกว่า

ถ้ามาก็แนะนำให้ทานอาหารในรถไฟด้วยเลยนะครับ ข้าวกล่องหรือเบนโต๊ะเค้าก็ออกแบบมาสำหรับขบวน SL โดยเฉพาะ ข้าวจะผสมน้ำหมึกปลาหมึกอะครับทำให้มีสีดำๆเหมือนขบวนรถไฟ ญี่ปุ่นนี่ใส่ใจรายละเอียดดีจริงๆ

สำหรับผมที่เป็นคนไทยไม่ค่อยได้เจอหิมะ ตื่นเต้นเป็นพิเศษกับวิวสองข้างทางครับ สวยประทับใจมาก

มันจะมีบางช่วงที่เค้ารถไฟโค้งครับ เราจะถ่ายภาพได้สวยแบบเหมือนดูในแฮรี่พอตเตอร์เลย

นั่งรถไฟสาย SL ประมาณ 40 นาทีก็จะมาถึงเมือง Minakami ครับ พอมาถึงแล้วอย่าเพิ่งรีบเพราะเค้าจะมีแสดงให้ชมรถ SL แบบชัดๆอีกครับ มารอถ่ายรูปกันได้

ถ่ายเสร็จแล้วก็ย้อนกลับมาที่หน้าสถานี Minakami ครับขึ้นรถไปรีสอร์ท Norn Minakami Ski Resort เพื่อสัมผัสหิมะกันต่อ อ่านข้อมูลรีสอร์ทเพิ่มได้ใน Part แรก

เล่นหิมะเสร็จจาก Norn Minakami Ski Resort ไปต่อที่ของดีประจำจังหวัดกุมมะ งานแก้ว ที่ Tsukiyono Vidro Park ไปดูวิถีการทำแก้วกันครับ

ที่นี่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวสามารถทำแก้วลายของตัวเองได้ วิธีการง่ายๆก็คือเอาสติกเกอร์สีแดง มาแปะทับบนแก้ว (มีสติ๊กเกอร์ตัดแล้วให้หรือจะตัดเองก็ได้) ตามแต่ละคนดีไซน์ของตัวเองเลย จากนั้นเอาไปพ่นทราย (จะมีคนสอนให้ตลอด ทำง่ายมาก) 

นี่คือผลงานผมเอง ^^ 

หน้าหนาวมืดไวครับ คืนนี้เราเข้าโรงแรมไวหน่อยเพราะโรงแรมดีมากจริงๆ Gensen Yu no Yado Sen no Tani 

ห้องกว้างขวางมากครับ ในห้องของผมมีทั้งแบบฟูก (ถ้าอยากนอนแบบญี่ปุ่น) และมีทั้งแบบเตียงอยู่ในห้อง ห้องนี้นอนได้สัก 5 คนละมั้งเนี้ย ^^

นี่คือแบบเตียง

ก่อนอื่นไปทานอาหารค่ำสไตล์ญี่ปุ่นกันก่อนครับ เค้าเรียกว่า kaiseki (ไคเซกิ) เป็นชุดอาหารที่บริการทีละคอร์ส (อย่าง) อย่างเป็นลำดับตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงความพิถีพิถันในคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล การปรุงแต่ง และกรรมวิธีที่ใช้ในการปรุง จนกระทั่งการนำเสนออาหาร ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับอาหารยุโรปชั้นสูงเลยนะ

 

ซึ่งชิวคอนเฟริมว่าที่นี่คือดีจริงๆเป็น kaiseki ที่ดีสุดอร่อยสุดที่ชิวเคยทานมาเลยครับ แต่ละอย่างอร่อยและพิถีพิถันมากๆ

ยังไม่จบครับเพราะห้องดี อาหารดีแล้วก็ยังมี ออนเซ็นที่ดีมากอีกด้วยครับ มีด้วยกัน 2 ที่แหนะเข้ากันเพลินเลย สบายตัวมาก

ภาพออนเซ็นเอามาจากเว็บโรงแรมนะครับ เพราะไม่สามารถถ่ายรูปได้ครับ credit :: http://www.sarugakyo.co.jp/gallery/

Day4 :  Akagi Onuma – Tokyo – Fuji

วันที่  4 แล้วยังอยู่ที่จังหวัดกุนมะครับ เช้านี้จะพาไปชมสถานที่ที่เค้าเจาะน้ำแข็งแล้วตกปลาวากาซากิในทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็งกัน สำหรับเส้นทางไปนั้นต้องใช้รถเช่านะครับไม่มีรถไฟไปถึงแล้วล่ะ พอนั่งรถไปได้สัก 1/3 ของทางก่อนขึ้นเขา พี่คนขับรถก็จอดเพื่อใส่โซ่ให้กับล้อเพื่อช่วยให้เกาะถนนได้ดีขึ้นครับ

ระหว่างนั้นก็เดินเล่นถ่ายรูปหิมะไปก่อน หิมะแน่นมาก หนาวมากกกก

และแล้วก็มาถึงที่แล้วครับ เราจะมาดูการสาธิตวิธีการเจาะน้ำแข็งเพื่อตกปลากัน และถ้าเพื่อนๆมาเที่ยวในช่วงที่ไม่ใช่หน้าหนาวก็สามารถเดินเล่น trekking เล็กๆน้อยๆในป่าแถบนี้ได้ครับสวยงามมากๆ เช่นกัน

ผมมาฟังการสาธิตเล็กน้อยครับ เริ่มจากเค้าจะกางเต้นก่อนเพื่อนกันหนาว (เต้นพลาสติกทางซ้านของภาพ) จากนั้นเอาเกลียวเหมือนในภาพค่อยๆเจาะลงไปในทะเลสาบ (ที่ตอนนี้กลายเป็นน้ำแข็งเรียบร้อย) พอได้รูแล้วก็หย่อนเบ็ดลงไปแล้วก็นั่งชิวรอไปครับ

ผมไม่ได้มีเวลามากพอที่จะลองตกปลา แต่ได้ไปเดินเล่นในทะเลสาบสัมผัสความหวานสุดขั้ว ^^

ดูแต่ละคนสิครับเดินไปหดตัวไป หนาวแค่ไหนถามใจดู

ใกล้ๆกันจะมีสะพาน Kitsutsuki สะพานสีแดงสด ที่จะพาเราไปยังศาลเจ้า Akagi ครับ  ศาลเจ้าอะคะงิ (Akagi-jinja) ในจังหวัดกุมมะมีองค์หญิงอะคะงิสถิตอยู่และเป็นเทพธิดาที่คอยประทานพรให้ตามคำขอของสตรีที่มาสักการะบูชา เป็นศาลเจ้าที่โด่งดัง มีสะพานสีแดงสดใสเป็นสัญลักษณ์

นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบศาลเจ้ายังโอบล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบ เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระ ฤดูร้อนภูเขาและพืชพรรณจะกลายเป็นสีเขียวสด ฤดูใบไม้ร่วงก็มีใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาวจะเป็นทัศนียภาพแห่งหิมะ นับว่าเป็นสถานที่ที่สามารถชื่นชมความงามของธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี

ถึงแล้วครับศาลเจ้า สีแดงตัดกับหิมะ สวยดีจริงๆ

เคารพศาลเจ้าและถ่ายรูปเรียบร้อยก็นั่งรถกลับไปยังสถานี Takasaki ครับจากนั้นนั่งรถไฟกลับ Tokyo ระหว่างกลับเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ทานข้าวบนรถไฟครับ 🙂

สำหรับบล็อกนี้ชิวก็พาไปเที่ยวในจังหวัดนีงะตะ รวมทั้งจังหวัดกุมะ ทั้งสองจังหวัดนั้นมีธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนน่ารักใจดี อาหารอร่อย และออนเซ็นชั้นเยี่ยมทั้งคู่รอให้เพื่อนๆมาสัมผัส  ส่วนตอนหน้าตอนสุดท้ายแล้วของทริปนี้ผมจะพาไปที่ๆทุกคนคุ้นเคยคือเมือง Kawaguchiko ไปเจอฟูจิซังในระดับใกล้แค่เอื้อม 🙂

Exit mobile version