ไมซ์เพื่อชุมชนปี 2 : โครงการดีดีที่เราอยากบอกต่อ

  •  
  •  
  •  
  •  

 

เมืองไทยมีดีไม่แพ้ชาติใดในโลก คำนี้เราว่ายิ่งวันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นว่า วัฒนธรรมไทย สินค้าไทย ไปไหนใครก็รู้จัก ร้านอาหารไทยเปิดทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะไปอำเภอเล็กแค่ไหนไงก็เจอ! เราภูมิใจทุกครั้งที่ได้บอกคนอื่นว่า เรามาจากไทยแลนด์ โอ้โห ทุกคนคือยิ้มนะ ทุกคนรู้จักหมด แล้วคือจะมีแค่ 2 คำตอบเลยคือ “ฉันไปมาแล้ว สวยมาก ชอบมาก ” กับ “อยากไปมากกกกก”

 

ตั้งแต่ปีก่อนเราได้รู้จักกับโครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” เราชอบมากเลย คือไอเดียเค้าคือจากปกติเราจะดูงานสัมมนาอยู่แล้วงี้ใช่ป่ะ แต่ทีนี้จะดีกว่าไหมอะถ้าเม็ดเงินตรงนี้มันลงไปถึงชุมชนจริง แต่ก็ยังได้คุณภาพในระดับจัดงานได้ครบถ้วน ใกล้เคียงเจ้าใหญ่

 

โครงการนี้เค้าก็เลยจัดขึ้นเพื่อคัดเลือกชุมชนสหกรณ์ที่มีศักยภาพให้เป็นจุดหมายใหม่ของการเดินทางอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ตอนนี้เค้าก็ดำเนินการมาถึงปีที่ 2 แล้วนะ ถ้าใครกำลังมองหาอะไรแบบนี้อยู่ก็อยากให้ลองดูนะครับ

 


 

“ไมซ์เพื่อชุมชน”  เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกชุมชนสหกรณ์ที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการจัดงานประชุม การศึกษาดูงาน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน

 

โดยไมซ์(Mice) ประกอบไปด้วย 4 ตัวอักษร

M =นักเดินทางเพื่อเข้าร่วมประชุมบริษัทดูงาน (Meetings)

I =นักเดินทางที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวจากรางวัลที่ได้รับจากบริษัท (Incentive Travel)

C =นักเดินทางที่เข้าร่วมงานประชุมนานาชาติ (Conventions)

E =นักเดินทางที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (Exhibitions)

 

“ไมซ์เพื่อชุมชน” มาเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง ภายใต้โครงการ 1 อำเภอ 1 สหกรณ์การเกษตร เพื่อให้สหกรณ์เปิดรับประสบการณ์ ความรู้ แนวความคิดใหม่ๆ จากภาคเอกชน เพิ่มความเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งแก่สมาชิกในชุมชน

 

ปัจจุบันโครงการไมซ์เพื่อชุมชนมี 5 เส้นทางนำร่องเป็นแหล่งศึกษาดูงาน ได้แก่ 1) สหกรณ์บ้านลาด จ.เพชรบุรี 2) สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จ.สระบุรี 3) สหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสนและสหกรณ์โคนม จ.นครปฐม 4) สหกรณ์นิคมวังไทร  และ 5) สหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์  จ.ระยอง  สหกรณ์ทั้งหมดพร้อมเป็นแหล่งศึกษาดูงานและสถานที่จัดกิจกรรมรองรับทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นทางเลือกสำหรับการจัดประชุมนอกสถานที่ และในพื้นที่ยังมีวิถีชุมชนที่น่าสนใจอีกมากมาย

 

สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก เพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างชุมชนสหกรณ์และองค์กรหน่วยงานที่สนใจจัดกิจกรรมประชุมสัมมนา มีทั้งองค์ความรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านการจำหน่ายและบริการ สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป บริการปั๊มน้ำมัน ธุรกิจสินเชื่อ เปิดโรงงานแปรรูปนม รวมถึงอาหารสัตว์ ครอบคลุมด้านการตลาด และการพัฒนารูปแบบสินค้าและบริการซึ่งจะช่วยพัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว

 

ด้านสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน  เป็นสหกรณ์ที่เหมาะสำหรับการประชุมต่างจังหวัดในระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ตามแนวคิด “ประชุม เที่ยว เรื่องเดียวกัน” โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การสาธิตการปรุงเนื้อโคพันธุ์กำแพงแสน สเต็กเนื้อนุ่ม การแนะนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อโค อีกทั้งยังสามารถเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปนมสดแบบครบวงจรในเส้นทางนี้ด้วย   โดยแวะชิมเมนูขายดีของร้านค้าสหกรณ์ อาทิ นมพาสเตอร์ไรส์หลากหลายรสชาติและนมผสมวุ้นมะพร้าว เป็นต้น

 

สหกรณ์นิคมวังไทร จังหวัดระยอง โดดเด่นด้านนวัตกรรมการเกษตรของทุเรียน อาทิ การทำ QR Code เพื่อให้ข้อมูลทุเรียน หรือโครงการจองทุเรียนล่วงหน้าที่นับว่าเป็นโครงการใหม่ และมีไฮไลท์สำคัญ คือ การชิมผลไม้สดจากต้น และเยี่ยมชมการดูแลสวนทุเรียนของกลุ่มสมาชิกสหกรณ์อีกด้วย และด้านสหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จังหวัดระยอง มีความพร้อมของพื้นที่ห้องประชุมและอาคารรองรับการจัดประชุมสัมมนา  การเลือกซื้อผลิตผลและของฝากจากสมาชิกสหกรณ์และชุมชนใกล้เคียงจากตลาดที่ชาวบ้านมาขายด้วยตัวเอง สามารถสร้างรายได้โดยตรงให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี

 

ผลสำเร็จหลังจากเดินหน้าโครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” ปีที่ 2 สร้างมูลค่าเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนที่เป็นแหล่งศึกษาดูงานแล้วกว่า 100 ล้านบาท ส่งผลต่อการสร้างรายได้และการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นผ่านการพบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานองค์กรและชุมชนที่ร่วมจัดกิจกรรมและประชุมสัมมนาในพื้นที่

 

 

 


ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::
Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey

Comments

comments