ใช้ชีวิตเกรดA เที่ยวชิล กินพุงแตกที่ “ฮ่องกง” พร้อมลายแทงร้านเด็ด!

Coverpage_wtext
  • 7
  •  
  •  
  •  
    7
    Shares

วันนี้ Chill Journey จะมาพาไปเดินชิลและแจกลายแทงร้านเด็ดที่ฮ่องกง ใครอ่านกระทู้นี้แล้วไม่หิวผมว่าคุณจะต้องบรรลุแล้วแน่ๆ เพราะอาหารแต่ละอย่างนั้นฟินจริงไรจริง เป็นรีวิวที่ทำแล้วลำบากใจที่สุด เขียนไปหิวไปด้วย บางทีก็เกลียดคำบรรยายอาหารตัวเองเหมือนกัน

ทริปนี้ผมได้รับคำเชิญให้ไปร่วมทริปจากบริษัท A-life บริษัทวางแผนทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทุก lifestyle โดยเราไปจะไปพิสูจน์กันครับว่าด้วยเวลาเพียง 3 วัน 2 คืนกับการวางแผนที่ดี เราจะสามารถทำอะไรได้เยอะมากมายแค่ไหน


 

เริ่มต้นชีวิตเกรดเอ ด้วยการนั่งสายการบิน Cathay pacific สายการบินที่ปีนี้ได้เป็นสายการบินดีที่สุดในโลกลำดับที่ 3 ของโลกเชียวนะ และข้อดีของสายการบิน Cathay ก็คือมี Flight บินไปฮ่องกงที่ถี่มาก การบริการก็ถือว่าดีงามสมกับอันดับ 3 ของโลกจริงๆ คำแนะนำสำหรับคนเวลาน้อย ผมมีไฟลท์ในดวงใจมาแนะนำดังนี้ครับ

PrtScr capture_23

ไฟลท์เช้าตรู่ไปถึง 05:50 ถึงเช้าๆมาทานโจ๊กร้อนๆแล้วขากลับก็ใช้ชีวิตช็อปให้เต็มที่กลับ 22:20 โน้นทำทริปเป็น 2 วัน 1 คืนแบบจัดหนักจัดเต็มคุ้มจนหยุดสุดท้าย  (แต่ทริปนี้เป็น 3 วัน 2 คืนนะ)

Process-0043

จากสุวรรณภูมิบินลัดฟ้ามาที่สนามบินฮ่องกง  นั่งเครื่องบินใช้เวลาเพียงแค่ 2  ชั่วโมง 50 นาทีเท่านั้นเอง เอาเป็นว่าขึ้นเครื่อง กินข้าว กินน้ำ ยังไม่ทันได้เอนตัวลงนอนก็ถึงซะแล้ว

วิธีการเข้าเมือง

วิธีการเข้าเมืองที่ง่ายและสะดวกที่สุดก็คือการนั่ง HK Express นั่งตรงจากสนามบินมุ่งหน้าสู่สถานี Kowloon หรือ Hong Kong ได้ภายใน 17 นาทีไวมากแต่ก็แพง แต่ถ้าใครงบน้อยผมแนะนำให้นั่ง รถเมล์ CityFlyer สาย A21 ยอดนิยม มุ่งหน้าสู่ มงก๊ก-จอร์แดน-จิมซาจุ่ย ในราคาเพียง 33 HKD เท่านั้น

บัตร octopus

ก่อนอื่นมาถึงสนามบินก็ขอแนะนำให้ซื้อบัตรเจ้าปลาหมึกก่อน ชีวิตคุณจะดีขึ้นอีกเยอะ เพียงแค่เติมเงินเข้าไปในบัตรต่อจากนี้จะไปไหนมาไหน จะซื้อของก็แค่แปะบัตรนี้ลงไปเท่านั้นเองง่ายมากๆ บัตรนี้ซื้อหาได้ที่ Counter ของ Airport Express หรือ Customer Service Centre ของรถไฟใต้ดินทุกสถานีครับ

Process-0049

มื้อแรกก็ฟินแล้ว

ขอตัดฉากเข้าไปมื้อค่ำวันแรกเลยแล้วกัน เราไปทานกันที่ภัตตาคาร Xin Dau Ji สาขาต้นตำรับ อยู่แถวๆสถานี Jordan ร้านนี้เป็นร้านอาหารแบบจี้น จีน โดดเด่นที่ป้าย Michelin star หน้าร้านเป็นเครื่องการันตีว่าร้านนี้เด็ดแน่นอน ทีเด็ดร้านนี้ต้องห้ามพลาดคือ “หมูหัน” ที่ อ.เกษมสันต์ วีระกุล ผู้นำทริปจากเอไลฟ์ โฆษณาไว้ได้น่ากินมากกกก ว่านี่คือร้านหมูหันที่อร่อยที่สุดเท่าที่กินมา

พิกัดร้าน : MRT Jordan

Xin Dau Ji

ถ้าเจอหน้าร้านแบบนี้ป้ายแบบนี้ถือว่ามาไม่ผิดแน่ ตรงป้ายแดงๆนั้นจะมีกระจกอยู่มีโชว์การย่างหมูหันให้ดูด้วยครับ กินหอมฉุย น้ำลายสอแน่นอน แต่ละมื้อมีอาหารหลายอย่างมาก ผมคงลงให้ไม่หมดทุกเมนูนะ เอาเท่าที่เป็นเมนูที่ผมแนะนำอยากให้ทุกคนมาทานกันเน้อะ

Process-0107 Process-0140

ไส้เป็ด  ไส้เป็ดกรุ๊บๆผัดกับน้ำซอส ปรกติกินแต่ไส้หมู ไส้ไก่ แต่มาไส้เป็ดถือว่าแปลกและอร่อยถูกปากเลย
Process-0128

หมูหัน (Roasted Suckling Pig) , ไซด์เล็กสุดที่ 148 HKD , ถ้าทั้งตัว 689 HKD

พระเอกที่ทุกคนตั้งต่อรอก็มาเสริฟ พอชิมแล้วต้องบอกเลยว่า “หมูหันบ้าอะไรไม่รู้หนังโคตรกรอบ” มันกรอบกับหมูแผ่น  หนังกรอบแต่ด้านในยังมีคงความรู้สึกนุ่มชุ่มฉ่ำ แล้วที่แปลกคือเป็นหมูหันที่ไม่รู้สึกเลี่ยนเลยสักนิด  ส่วนเวลาทานเค้าจะมีน้ำจิ้ม เค็มๆออกแนวถั่วๆหน่อยมาให้จิ้มครับ เข้ากันม๊ากมาก กินลืมไขมันไปในเลือดไปเลย

Process-0191

Process-0167

น้ำจิ้มซอสถั่วเค็มๆแบบนี้เข้ากั้นเข้ากัน นอกจากถ้วยเค็มแล้วเค้าก็จะมีน้ำตาลให้อีกชาม (น้ำตาลเม็ดๆเลย) เป็นอารมณ์เค็มแล้วให้จิ้มหวาน (ใส่ชามตราไก่ด้วย import จากไทยป่ะเนี้ย)

Process-0169

นกพิราบทอด  (Crispy Deep-Fried Pigeon) , 98 HKD

นกพิราบหน้าตาไม่น่ากินเอาเล้ย import ส่งตรงจากสนามหลวง(เห้ยไม่ใช่!) แต่สำหรับชาวฮ่องกงนกพิราบคือของดีเลยนะ  คนแนะนำบอกผมว่าส่วนเด็ดคือสมองนก  เอิ่มมมม ทำใจแป๊ป

เกิดมาทั้งทีต้องลองก็เอาวะลุย กร๊อบ…  กินสมองนกไปเรียบร้อย มันเป็นรสเค็มๆมันๆอร่อยแบบเลี่ยนๆนิดหนึ่ง  อีกส่วนหนึ่งที่แนะนำก็คือตูดนก(สะโพก) คืออันนี้ฟินมากกกก ไม่เคยคิดมาก่อนว่านกพิราบจะอร่อย   เนื้อนกพิราบจะคล้ายเป็ดแต่มีกลิ่นเฉพาะของนกพิราบ มีกลิ่นย่างไหม้นิดๆแห้งๆหนังกรอบแต่พอกัดไปเนื้อกลับรู้สึกนุ่ม ฟินนาเล่ไปเลย

Process-0179

หอยนางรม US ผัดในหม้อดินเผา (198 HKD ) แบบว่าหอยตัวใหญ่มากกกกกผัดในหม้อดิน นี่ขนาดผัดแล้ว หดแล้วยั่งเกือบฝ่ามือ รสชาติดีครับไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย ผัดกับซอสคล้ายน้ำมันหอย

Process-0227

“ผัดกาดแก้ว ผัดหม้อดิน” (Juju Style Chinese Lettuce in Hot Pot) 78 HK

เมนูปิดท้ายสุดธรรมดาแต่ดันอร่อย  เวลาเสริฟจะเป็นผักสดๆกลิ่นหอมปลาเค็มนิดๆมาพร้อมกับหม้อดินร้อนๆแล้วจะมาผัดๆกันสดๆเลยบนโต๊ะ  ผักจะกรอบสุกกำลังดี คืออร่อยเด็ด เอาไว้ปิดท้ายจากอาหารเลี่ยนๆหลายจานได้ดีมาก

Process-0214

อิ่มแล้วก็เดินย่อยกลับที่พักกัน

Process-0088 Process-0084 Process-0071

The Perkin hotel ใจกลางย่านกินดื่ม

Map-Perkin

.          ตลอด 2 คืนนี้เราจะนอนที่โรงแรม The Perkin hotel โรงแรมใจกลางถนนกินดื่ม Knutford road อยู่ไม่ไกลจากสถานี Tsim Tsa tsui เลยเรียกได้ว่าทำเลดีสุดๆ เข้าโรงแรมแล้วกดลิฟท์ไปชั้น 5 เลยครับจะเป็นล็อบบี้ โรงแรมนี้สร้างความประทับใจได้ดีด้วย free mini bar ที่ชั้นล็อบบี้ มีทั้งชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำดื่ม เค๊ก เรียกได้ว่าครบครันให้ลูกค้าโรงแรมประทับใจตั้งแต่ก้าวมาถึง

Process-0052 Process-0057

.    ฮ่องกงขึ้นชื่อเรื่องที่แพงมากๆ ดังนั้นห้องพักจะแคบมากจนหนูแทบจะดิ้นตายได้ แต่พอเปิดห้องมาผมก็ถึงกับเซอร์ไพร์เลยครับ ห้องกว้างตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไปเลย ตบแต่งในสไตล์ loft สไตล์เรียบๆแต่ดูหรู ห้องของเราเป็นเตียง twin ขนาดใหญ่พร้อมเครื่องนอนอย่างดี น่าโดดลงไปนอนมากๆ

Process-0062 Process-0064

เช้าวันเสาร์

.     เช้าวันนี้เรามีนัดกินโจ๊กกับทีมงานตอน 9 โมงแต่เหล่าแก๊งชายสี่เราไปเสพรางวัลชีวิตกันที่ริมน้ำ ตรง Avenue star กันก่อนครับ ผมเป็นตัวตั้งตัวตีนัดออกกันตั้งแต่ตี 5 โน้น พวกเราเดินจากที่พัก The Perkin hotel  ย่าน Tsim Tsa tsui เดินไป 1.1 กิโลเท่านั้นเอง(เหรอ)

.     ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพียงแค่ 10 นาทีพวกเราก็เดินมาถึงตรงลาน Avenue star ฟ้ากำลังสวยได้ที่ ผมและฟลุ๊คสวมวิญญาณตากล้อง รีบวิ่งไปจับจองทำเลตั้งกล้องถ่ายภาพ แต่ถ่ายได้ไม่ถึง 10 นาทีแสงไฟจากตึกก็ปิดลง ฟ้าเริ่มสว่างแต่พระอาทิตย์วันนี้เธอถูกเมฆบดบังจนเราไม่ได้มาเจอกัน ผมขยับไปถ่ายรูปเพิ่มในมุมอื่นอีกเล็กน้อย และก็เดินเล่นแถวๆนั้น

Process-0246 Process-0244

.     ผมละสายตาจากช่องมองกล้อง และเปิดใจหันกลับมามองผู้คนมากขึ้น เมืองที่วุ่นวายที่ผมรู้จักเมื่อคืนนี้ เช้านี้มันกลับเงียบสงบ คล้ายกับเมืองยังคงหลบไหล  ผมได้เห็นคนมาวิ่งออกกำลังกาย ผู้ใหญ่มารำไท้เก๊ก บรรยากาศช่างสงบและสวยงาม อย่างถ่ายมุมไหนก็ถ่ายไม่ต้องหลบผู้คนนับล้านเหมือนช่วงเวลาปกติ

Process-0264 Process-0297 Process-0292 Process-0288 Process-0266

ฮ่องกงเปิดโอกาสให้เราได้ฟินกับบรรยากาศสุดชิลได้ไม่นาน ฝนก็เริ่มลงเม็ด พวกเราตัดสินใจเดินกลับโรงแรมกัน ระหว่างทางเดินกลับโรงแรมตอน 7 โมงบรรยากาศยังคงเงียบสงบ ผู้คนบางตา ช่วงเช้าทำให้ผมได้เห็นมุมมองฮ่องที่แปลกไป

Process-0310 Process-0307 Process-0313

ได้เวลามื้อเช้า

.          เราเดินจากโรงแรมไปกินร้านโจ๊กที่เอไลฟ์บอกว่าเด็ดดวง(อีกแล้ว) ต้องบอกก่อนว่าผมเคยกินโจ๊กฮ่องกงร้านดังของคนไทยมาแล้ว ร้านที่มีเมนูภาษาไทยยอดฮิตของคนไทยนั่นแหละ แต่ผมรู้สึกว่ามันงั้นๆมาก สู้โจ๊กไทยก็ไม่ได้ แพงก็แพง   วันนี้ก็เลยคาดหวังไว้เต็มที่เลยว่าที่เอไลฟ์จัดมาให้นั้นต้องดีงามแน่นอน

Process-0326

.         ผมเดินต้อยๆตามทีมงาน จากที่พักเดินเรียกน้ำย่อยพอประมาณมาจนถึงร้าน “ซันเฮงจ๋าน” ร้านนี้อยู่ใกล้กับสถานี Jordan  พิกัดนี้ครับ GPS : 22.306454,114.1708059

ร้านโจ๊ก

ร้านดูบรรยากาศบ้านๆมากๆเป็นห้องแถวธรรมดา ร้านนี้เค้ามีทีเด็ดที่ปลาจีน ไม่ว่าจะเป็น ส่วนหัว ตัว หาง ท้อง มีหมดทุกส่วนสั่งได้ นอกจากปลาแล้วก็มี หมูและเครื่องใน ไข่เยี่ยมม้า ก็มีเช่นกันครบครันตามหลักสูตรโจ๊กฮ่องกง

Process-0333

 

Process-0332

.     ผมได้ร่วมโต๊ะกับผู้ร่วมทริปอีก 3 คน เราเลยสั่งมา 4 ชามมาแชร์กัน ผมได้ชิมทั้ง หมูสับ , เครื่องในหมู (ตับ ไส้ เซ้งจี้ ) ปลาจีน ไข่เยี่ยมม้า คือชิมมันครบเลยครับ อร่อยเด็ดดวงทุกชาม ที่ผมปลื้มเอามากๆคือเครื่องใน โดยเฉพาะตับ มันสุกกำลังดี เด้งดึ๋ง อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินเครื่องในมาเลยก็ว่าได้

.     ชามที่เป็นรวมมิตรปลาก็จะมีรสชาติแตกต่างจากชามหมู เพราะจะได้รสชาติหวานของเนื้อปลาลงไปคลุกเคล้าในเนื้อโจ๊กด้วย เนื้อปลาสดสะอาดไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย

.     ส่วนคนที่ไม่เคยกินโจ๊กฮ่องกงว่ามันต่างกันยังไง? มันจะต่างกับบ้านเราที่ตัวข้าวครับ เนื้อข้าวจะถูกต้มจนเหลวมากๆหรือบางคนเรียกว่าเนื้อครีม ที่พิเศษคือแต่ละร้านจะมีสูตรลับเฉพาะตรงข้าวนี่แหละ  บางคนก็บอกว่าเค้าเอามันหมู เอาฟองเต้าหู้ เอาโน้นเอานี่ไปต้มจนมันละลายไปกับข้าวเลย ( สูตรลับเน้อะเค้าไม่ได้บอกก็เดากันไป )  ภาพรวม โจ๊กเครื่องแน่น(มาก) ข้าวรสเด็ดมีกลิ่นไหม้นิดๆ กินกับปาท่องโก๋ คือฟินจริง คราวหน้าจะพาคุณแม่มาทานร้านนี้แน่นอน อร่อยมากๆๆๆ

ราคาขาย อยู่ที่ 50-73 HKD ต่อถ้วย (เดาว่า 73 HKD คือแบบรวมมิตรครับ)

*ร้านนี้ไม่มีเมนูภาษาไทย ดังนั้นแนะนำว่าให้เซฟภาพไปเปิดให้ดูถึงได้กิน

Process-0341

Process-0346 Process-0344
Process-0339

 

อิ่มพุงแล้วอิ่มบุญกันบ้าง

เรื่องเล่าเช้านี้เราไปเสริมสิริมงคลกันที่คนไทยเรียกว่าวัด “หวังต้าเซียน” แต่ถ้าไม่ผิดคนฮ่องกงอ่านว่า “หว่อง ไท่ ซิน” (Wong tai sin)

วัดนี้เป็นวัดที่โด่งดังอันดับต้นๆ ของฮ่องกง คนไหนมาฮ่องกงแล้วไม่ได้มาไหว้วัดนี้ถือว่าผิดเพราะมีความเชื่อว่าการได้มากราบไหว้ขอพรจากองค์เทพเจ้าหวังต้าเซียนจะทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งสมความปรารถนา ที่แน่ๆท่านได้ให้พรผมแล้ว เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้วผมได้ขอท่านไว้ว่า “ให้ผมได้กลับมาไหว้ท่านอีก”

เวลาเปิด-ปิด: 07:00-17:30 น.
การเดินทาง: MTR สายสีเขียว TKL สถานี Wong Tai Sin ทางออก B3 จากนั้นเดินผ่านห้าง Lung Cheung Plaza ออกมาแล้วเดิน อีกประมาณ 50 เมตร จะถึงวัด
เว็บไซต์: www.wongtaisin.org.hk

Process-0355

เนื่องจาก เอไลฟ์มีคนรู้จักที่เป็น exclusive member ของวัดนี้ครับทำให้เราได้เข้าไปไหว้ชั้นในแบบใกล้ชิดสุดๆ ( คนทั่วไปจะไม่ได้เข้ามาด้านในขนาดนี้ครับจะต้องไหว้ด้านนอก )

Process-0380

ส่วนของวัดนี้ที่สร้างความแปลกใจผมได้เพิ่มคือชั้นล่างอาคารครับ คราวที่แล้วผมไม่ได้เข้าและไม่ค่อยเห็นคนไทยรีวิวนัก ค่าเข้าโซนนี้ผู้ใหญ่ 100 HKD (คนทั่วไปเข้าได้) พอเหยียบเข้ามาแล้วรู้สึกรับรู้ได้ถึงความขลังเลยครับ สวยมากๆคุ้มค่ากับค่าเข้าครับ ถ้าสังเกตเห็นคนใส่ชุดสีแดง นั่นคือพระครับ

Process-0397
Process-0405

นอกจากนี้ ก็จะมีการเขียนคำขอพรจากเทพประจำปีเกิดของตน (ตามหมายเลขที่เราไปปักธูป) โดยพระท่านจะเขียนชื่อเราลงกระดาษทำพิธีคล้ายเวลาเราไปเยาวราช จากนั้นเค้าจะให้เรานำกระดาษ ไปใส่ในตู้ด้านล่างของเทพปีเกิดที่เราไหว้ เมื่อใส่เสร็จก็จะมีควันออกมา แปลว่าท่านได้รับข้อความแล้ว คืออเมซิ่งมากๆ

Process-0418

กินอีกแล้วที่ CHUK YUEN SEAFOOD RESTAURANT

พิกัด : MRT Tsim Sha Tsuimap-Chuk Yuen Seafood Restaurant - Tsim Sha Tsui Hankow Road, Hong Kong

ร้านนี้อยู่ย่านจิมซาจุ่ย ด้านหน้าร้านป้ายแบบนี้ถือว่ามาถูกทางแล้ว เตรียมฟินได้ เดินเข้าไปจะพบกับตู้ปลา ล็อบเตอร์ตัวเบิ้มๆว่ายรออยู่ จะว่าสงสารก็คงไม่ใช่เรื่อง งั้นเอาเป็นว่าข้าจะกินเจ้าไม่ให้เหลือแล้วกันนะ

Process-0429

เมนูอื่นๆก็มาเสริฟออกมา เดริฟก่อนครับ

ตีนไก่ในซอสเป๋าฮื้อ คนไทยว่าถูกแต่คนฮ่องกงว่ามันคือของดี อร่อยแบบจีนๆ ผมนี่คิดถึงซุปเปอร์บ้านเราเลย

Process-0438

งานขนมจีบก็มา

Process-0451

ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ปาท่องโก๋ เมนูมาตรฐานฮ่องกง ที่มีแทบทุกร้าน แต่ร้านนี้อร่อยมากครับ ตรงไส้ปลาท่องโก๋ยังกรอบอยู่ แป้งด้านนอกก็นุ่ม   เคยกินที่ร้านโจ๊กยอดฮิตของคนไทย โคตรเหนียวเลยครับ  พอกินร้านนี้ขอเปลี่ยนใจเป็นเมนูโปรดอีก 1 เมนู

Process-0443

แต่ละอย่างก็คืออร่อยนะ แต่พอล็อบเตอร์อบชีสลงเท่านั้นแหละทุกคนหยุดทานทุกสิ่งแล้วมาโฟกัสกับพระเอกเราทันที ซุปตาของจริง!

Process-0458

 

ตักแล้วนะครับ เมนูชีสต้องรีบทานตอนร้อนๆ ล็อปเตอร์เนื้อแน่นๆเน้นๆ เคลือบชีสเยิ้มๆ กินคู่กับขนมปังฝรั่งเศส คืออร่อยเวอร์วังมากกก มือเปรอะต้องยอมหล่ะ   ตอนนี้ไม่สนไขมันและคอเลสเตอรอลช่างหัวมันไปก่อน คือพี่ฟินมากพูดเลย

( ราคาโหดนิดหนึ่ง 650 HKD/1 กิโลกรัม )

Process-0462 Process-0467

ปิดท้ายมื้อด้วยซาลาเปาไส้ไหล คือ ไหลจริงไรจริง ไส้ไข่เค็มเน้นๆ เป็นซาลาเปาที่โคตรรรรรอร่อย แม้ผมจะซัดล็อปเตอร์จนพุงกาง แต่พอซาลาเปามาผมยังกินไปอีก 2 ลูกแหนะคืองานดีจริง ห้ามพลาด

Process-0470

ภารกิจตามหาย่าน hipster

ผมมีเวลา free time ประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาอาหารเย็นครับเลยเลือกจะลองไปตามหาย่าน hipster ของฮ่องกง ทำติสแตกไปเที่ยวคนเดียวกลับไปใช้ชีวิตแบบ backpacker อีกครั้ง ผมค้นหาจาก google ตรงนั้นสดๆเลยได้ชื่อมาว่าย่านฮิปคือ “Po Hing Fong” อยู่ตรงสถานี Sheung Wan  ผมมีข้อมูลแค่นี้เท่านั้น ลุยเดี่ยวไปด้วยความมั่นใจ

วิธีการเดินทางในฮ่องกงไม่ยากเลย MRT ไปแทบทุกที่เพียงคุณมีบัตรเจ้าปลาหมึก Octopus ไปไหนมาไหนก็แค่แตะแล้วเข้าไปได้เลย จากที่พัก Tsim sha tsui ผมเดินเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน พอดูตารางรถไฟเห็นว่ารถไฟสายสีแดงจะวิ่งไปสุดที่สถานี Central จากนั้นผมต้องเปลี่ยนสถานีไปยัง Sheung Wan อีกที

Process-0479

แต่พอถึงสถานี Central แล้วลองดูแผนที่เดินไปสถานี Sheung wan ไม่กี่กิโลก็เลยตัดสินใจเดินแทน เที่ยวชิลสไตล์ Chill Jounrey ที่เพื่อนบอกว่ามึงควรไปเปลี่ยนชื่อเป็น ชิลพาหลง น่าจะดีกว่าเพราะไปไหนมึงแม่งก็หลงตลอด ! ( เห้ยคือไม่ได้หลงนะเดินชิลอยู่ = =” )

หลังจากนี้ผมไม่สามารถระบุพิกัดได้แล้วนะครับว่ามันอยู่ตรงไหนบ้าง ผมเดินหลงไปหลงมาระหว่างสถานี Central กับ Sheung wan ครับ เดินไปเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวซ้ายอีกที เอ้า!กลับมาที่เดิม ส่วนย่านฮิปเตอร์อยู่ไหนเนี้ยผมหาไม่เจอ T-T
Process-0492 Process-0522 Process-0519 Process-0506 Process-0497

หลังจากเดินผิดกลับมาแถว Central ผมก็เปิดแผนที่แล้วเดินกลับไปแถว Sheung wan อีกครั้งผม ผมเดินหลงๆไปเรื่อยๆครับเจออะไรน่าสนใจก็ถ่ายมา

Process-0531 Process-0538มีร้านหนึ่งแปลกดีคือเหมือนเป็น café สำหรับพ่อแม่เอาลูกๆมาเล่นกัน น่ารักมากๆเลยครับ Process-0532

Process-0536

เดินจนเหนื่อยหาย่านฮิปไม่เจอก็ตัดใจครับ ผมเลยลองนั่งรถ Tram ดูบ้างมันจะได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง รถวิ่งช้าลงแต่ทำให้ได้มองบรรยากาศรอบข้างมากขึ้น ค่อยๆนั่งชมวิวไปจนถึงสถานี Causeway Bay ( ยังอยู่ฝั่งฮ่องกง วิ่งจากซ้ายไปขวา ) ตรงนี้ผมรู้สึกมัน feeling คล้ายแถว 5 แยกชิบูย่าของญี่ปุ่นเลย คือคนเยอะมากกกก แล้วเวลาข้ามถนนก็ข้ามกันแบบเร่งรีบ ตัดกันไปตัดกันมา

Process-0544 Process-0559 Process-0569

ผมก็เดินหลงแบบไม่มีจุดหมายเช่นเคย แล้วก็เจอร้าน HUI LAU SHAN ร้านน้ำมะม่วงเจ้าเด็ดที่เพื่อนๆในเพจแนะนำมา แก้วนี้ 40 HKD แพงเหมือนกันนะแต่อร่อยมากกกก อร่อยสมราคาครับมาฮ่องกงคือห้ามพลาด

Process-0554 Process-0562

เดินไปเดินมาเข้าห้างมั่วๆไปห้างหนึ่ง สายตาดึงดูดไปที่ กันดั้มตัวเบิ้มหน้าห้าง มองป้ายถึงบางอ้อได้รู้ว่าห้างนี้มีชื่อว่า Times Square  มาค้นทีหลังงานนี้เป็น Event เฉพาะกิจที่มีชื่อว่า  “นิทรรศการ Gundam Dock at Hong Kong II ”เป็นนิทรรศการชั่วคราวที่จัดแค่เดือนเดียว ไม่ใช่นิทรรศการถาวรแบบ Gundam Odaiba ดังนั้นใครอยากไปดูก็ต้องรีบกันหน่อย รายละเอียดสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของห้าง Times Square http://www.timessquare.com.hk/eng/ นะ

Process-0578 Process-0579

ใกล้ได้เวลานัดผมก็รีบกลับไปที่พัก เผื่อเวลากลับไปอาบน้ำล้างเหงื่อก่อนทานข้าวเย็นสักหน่อย ยังไงชิลถึงก่อนเวลาแน่ๆ นั่ง MRT กลับไปยังสถานี Tsim sha tsui พอออกมาจากสถานีมั่นใจมากครับ เดียวออกแล้วเลี้ยวขวา เดินไป3ล็อคเลี้ยวขวาอีกรอบ เจอแน่นอน!  จะขอข่มพวกที่บอกว่าชิลชอบหลงให้เงียบ

ผมเดินเลยครับด้วยความมั่นใจครับ แต่ผ่านไป 15 นาทีก็ยังไม่ถึง !! เห้ยยยย จาก MRT ไปที่พักก็ยังหลง  สุดท้ายเดินวนไปอีก 15 นาทีกว่าจะเจอครับ สรุปว่ามาเลทไป 5 นาที เลยได้ฉายา ชิลพาหลง ชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยเพิ่มอีกอัน  T-T

 

ชาบูเนื้อเทพเวอร์

ร้านนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า king of beef ชื่อก็ต้องบ่งบอกแล้วหล่ะว่าเนื้อมันต้องเทพ ไหนของพิสูจน์สักหน่อย

พิกัด : อยู่ใกล้กับสถานี Jordan ลองค้นคำว่า king of beef ก็ได้ครับ

map-king of beef

 

Process-0599

เอาเมนูไปดูก่อนครับ จะสั่งแบบไหนดีน้า แล้วเค้าก็ถามครับ

“ใครกินเนื้อบ้าง”

ผมนี่รีบยกมือขึ้นให้ไวเลย ร้านมัน king of beef ขนาดนี้ beef lover อย่างผมไม่พลาดแน่นอน

รอไม่กี่อึดใจจานแรกก็มาเสริฟ ไม่ใช่เนื้อแต่มันคือหอย!  อารมณ์ประมาณหอยลายผัด

Process-0600

กุ้งซาซิมิก็มา  คือกุ้งสดมาก ฟินมาก แต่กินไปได้ 2 คำก็เกิดอาการครับ ลืมตัวไปว่าตัวเองแพ้กุ้งดิบ  ผมรู้สึกคันคอขึ้นมาเป็นสัญญาณทันที ต้องขอบคุณทีมงานเอไลฟ์ช่วยชีวิตครับเค้ามียาแก้แพ้ติดตัวมา รวมทั้งพี่หมอยุ่งแม้จะเป็นหมอหมา แต่ก็พอให้คำแนะนำได้ด้วย ว่าให้กินยาแล้วทานน้ำเข้าไปเยอะๆ รอดตัวไปProcess-0605

อีก 2 เมนูอาหารทะเลก็มาเสริฟครับ แต่ไม่ได้ทานเพราะแพ้กุ้งอยู่ รอยาออกฤทธิ์ครับProcess-0616 Process-0618

งานเกี้ยวก็มา โดยเฉพาเกี้ยวกุ้ง เน้นๆเต็มคำ

Process-0620

Process-0619

และแล้วเนื้อที่รักของผมก็มา เธอลายสวยมากกกกกกกก
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเกรงใจ

“ขออนุญาติทานเลยนะครับ” ผมชิงเปิดฟลอร์ เจอเนื้อลายสวยขนาดนี้ไม่ไหวแล้ววว

.

.

จุ่มลงไปในน้ำซุปเพียงแค่ 5 วิพอสะดุ้งไฟ เนื้อลายสีชมพูฟินๆจิ้มเข้าปาก คือ คือ ฟินมากกกก ถ้าใครเป็น beef lover แล้วได้กินเนื้อดีๆจะรู้ว่ามันแบบว่า เหมือนมีแสงพรุ่งพร่านในปากแบบการ์ตูน กลิ่นและรสของเนื้อดีๆมันเฉพาะตัวจริงๆProcess-0623

ฟินกับเนื้อไปได้ไม่นาน งานเนื้อแกะก็มา อันนี้ผมชิมไปนิดหน่อย ไม่มีกลิ่นครับ อร่อยดีแต่ฟินเท่าเนื้อไม่ได้ เนื้อมันฟินมากจนต้องต่อจนสอง!Process-0628

 

ระหว่างทานข้าวในทริปผมได้รับข้อมูลดีๆจากเอไลฟ์ว่าทำไมทุกคนจึงต้องวางแผนทางการเงิน?  สรุปง่ายๆได้ 3 อย่างครับ

  1. เพื่อรักษาความมั่งคั่ง ( Wealth protection )
  2. ทำเงินที่มี ให้เกิดผลประโยขน์สูงสุด ( Wealth creation )
  3. บริหารสภาพคล่องด้านเงินสด ( Cash flow management )

อ่านเพิ่มได้ที่ http://www.alife.co.th/web/article.php?catid=3&id=57

ไอศกรีมไนโตรเจน!

อิ่มคาวแล้วก็ต่อของหวานครับใกล้โรงแรมเรามีร้านชื่อ “Lab made” ร้านนี้เค้าขายไอเดียที่เป็นไอศกรีมที่ทำสดๆให้ความเย็นด้วยไนโตรเจนเหลว ตอนแรกก็คิดว่าจะขายแค่ไอเดีย แต่สั่งมาทานแล้วโคตรอร่อยเลยครับ เนื้อเหนียวเนียนนุ่มใกล้เคียงฮาเก้นดาสเลยอะ คือวันนี้ฟินตั้งแต่เช้า กลางวันเย็นก่อนนอน ลืมอ้วนไปชั่วขณะ

Process-0632 Process-0634

เช้าวันอาทิตย์

.        วันนี้ผมตื่นตี 4 ครับท่านผู้ชม คือนัดแนะกับพี่ๆเดอะแก๊งไว้ครับว่าเราจะไปฟินกับพระอาทิตย์ขึ้นที่ The peak กันแต่ แต่.. ผมเพลียร่างมากครับ ตื่นมาพิมพ์ไลน์ไป

“อืมพี่… วันนี้ฟ้าปิด ไปก็ไม่น่าสวย เอาไงดีครับ” ( คือเราเป็นคนชวนไง จะบอกว่าเออพี่คือง่วงไม่ไปแล้วนะ )

.

นั่งเฝ้าไลน์ไปครับ 15 นาทีก็ไม่มีเสียงตอบรับ ( คือทุกคนยังไม่ตื่นใช่ม๊าย! )

.

“งั้นไม่ไปละกันนะ” ไม่ไหวแล้วง่วงมาก ผมส่งไลน์ตัดบท แล้วกระโดดขึ้นเตียงทันที 555

……….ภาพตัดเหมือนถูกวางยาจากตี 4 มาถึง 9 โมงเช้า……………

“เชียสสส อีก 10 นาทีจะเป็นเวลานัด” ผมรีบวิ่งไปอาบ(ผ่าน)น้ำ กวาดทุกอย่างลงในกระเป๋าเดินทางและลงมาพบกับชาวคณะ วันนี้เราได้ใช้บัตรพี่หมึกอีกรอบ นั่งรถไฟไปกินร้านห่านย่างร้านดัง เป็นห้องแถวธรรมดาที่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้รับ Michelin star

พิกัด  : MRT central ตรงจุดสีน้ำเงิน

map-ร้านห่าน

หน้าร้านแบบนี้มีติดป้าย Michelin star ไม่ผิดแน่ตรงดิ่งเข้าไปเลย

Process-0639

มาแล้วครับ ไอ้ห่าน! เฮ้ย.. ห่านยาง อร่อยครับแต่วิจารณ์กันตรงๆว่า อร่อยครับ แต่มันไม่อร่อยเท่าที่คาดหวังไว้ หนังห่านมันเลี่ยนไปหน่อยครับ คนในทริปบอกว่าเค้าเคยมากินรอบที่แล้วอร่อยกว่านี้ ดังแล้วอาจจะมาตรฐานตก

Process-0648

ส่วนหมูแดง หมูกรอบ นี่คืออร่อยครับ อร่อยมาตรฐานฮ่องกงProcess-0653

แต่ที่ผมว่าเด็ดมันคือบะหมี่ครับ บะหมี่ฮ่องกงจะเป็นเส้นเล็กๆลวกแบบยังมีความแข็งอยู่นิดๆ อารมณ์แบบวิธีการลวกสปาเก็ตตี้ที่ดีที่สุดคือ ด้านนอกจะต้องนิ่มกำลังดีแต่ด้านในยังมีไตอยู่นิดหนึ่ง ด้วยความรู้ห่างอึ่งของผมก็มโนไปได้ประมาณนี้ สรุปว่าบะหมี่นี่แหละครับที่ทำให้มื้อนี้มันโคตรอร่อยขึ้นมาได้!Process-0659 Process-0666 Process-0662 Process-0673

 

กินอิ่มแล้วก็ได้เวลาช็อปละ ชาวคณะกระเป๋าหนักเค้าก็ไปช็อปกัน ส่วนนักเดินทางไส้แห้งอย่างผมจะช็อปอะไรหล่ะ แลกเงินมาอารมณ์ขึ้นรถก็หมดแล้ว ก็ถ่ายรูปไปสิครับ
Process-0744 Process-0730 Process-0722 Process-0713

 

Process-0695

ชาวคณะช็อปเสร็จ ส่วนผมก็ถ่ายครบ 12 แอ๊ค เวลาเรามาป้ะกันพอดี ทางเอไลฟ์ก็เสนอว่าเราลองกลับแบบใหม่ดูบ้างจะได้ครบรสชาติ เรานั่งรถ Tram จาก Central ไปลง Wan Chai แล้วเดินไปขึ้นนั่งเรือ ferry กลับไปฝั่งจิมซาจุ่ย ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง นั่งเรือก็เพลินดีนะครับ ใครมาฮ่องกงคราวหน้าก็ลองมาใช้บริการมั่งProcess-0761 Process-0790 Process-0777

นั่งเม้าส์มอยน้ำลายแตกฟอง กระเพราะยังไม่ทันย่อยก็ได้เวลากินอีกแล้ว มื้อนี้เรามาจัดติ่มซำกันที่โรงแรม Sheraton ครับ

พิกัด : โรงแรมหาไม่ยากเลยก็อยู่ตรงหัวถนนนาธาน หรือเอาง่ายๆคือฝั่งตรงกันข้ามกับ Avenue of Stars นั่นเอง

Process-0798

วันนี้เราจะทาน 6 signature dish ของทาง Sheraton กันเรียกได้ว่าไม่ดีจริงเค้าไม่ทำมาเสริฟแน่นอน เสียชื่อหมด ของงี้ต้องพิสูจน์!

เผือกทอดห่อไส้ Scallops – เผือกทอดร้อนๆรสชาติกลมกล่อมพร้อม  Scallops หวานเต็มคำ ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม อ้ามม

Process-0806

ฮะเก๋า – มาแล้วฮะเมนูสุดเก๋า ที่มโนเอาว่ามันน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย “ฮะ .. คือเก๋าอะฮะ”  ตึ่งงงง พอๆๆเอาเป็นว่า เป็นเมนูที่สาวกคนรักฮะเก๋าต้องร้องว้าว   ฮะเก๋าแป้งเหนียวหนึบมาพร้อมกับกุ้งเน้นๆ3ตัวในคำเดียว วิธีกินให้ฟินไม่ต้องแบ่งครับอ้าปากกว้างๆแล้วยัดมันเข้าไปเลย!! ความหวานของกุ้งจะพลุ่งพล่านอยู่ในปาก มีลำแสงออกทางสายตา 555

Process-0807 Process-0818

พัฟฟ์เป๋าฮื้อ (Baked Abalone Puff ) เวลากินเค้าให้กินคำเดียวเลย เป๋าฮื้อเบิ้มๆนุ่มๆ เข้ากับเนื้อพายละลายในปากเลย เป็นเมนูที่ได้รสชาติตะวันออกผสมกับรสชาติกับตะวันตกอย่างลงตัว น่าจะเป็นเมนูประยุกต์นะครับ อร่อยดีProcess-0822

ไข่หอยเม่น

เมนูนี้คือสำหรับผมคือที่สุดครับ ถ้าใครเคยกินไข่หอยเม่นแบบดีๆคือจะรู้เลยว่ามันฟินมาก มันจะหอมมันๆคลุ้งๆในปาก ส่วนเนื้อด้านล่างจะเป็นอารมณ์ไส้ติ่มซำอะครับน่าจะหมูผสมกุ้งProcess-0832

น้ำเต้าไส้ปู

อันนี้จะเป็นแป้งหนึบๆหน่อยครับ ส่วนไส้จะเป็นปูผสมครีมๆกึ่งมายองเนสหน่อย อันนี้ธรรมดาอะProcess-0844

ปิดท้ายด้วย ซาลาเปาน้ำหมึก

ซาลาเปาไส้หมูแดงสุดอร่อย เนื้อนอกตรงสีดำจะนุ่ม(ผสมน้ำหมึก) แต่ถูกเคลือบด้วยแป้งทอดกรอบ เป็นการเพิ่ม texture ให้กับอาหาร ( ตอนผมบรรยายมีคนแซวว่าไปเป็น food blogger ได้เลย เข้าขั้นละ ฮิๆพอดีดู master chef บ่อยครับจำเค้ามา )Process-0836 Process-0841

คืออิ่มจนท้องจะแตก แต่ก็อยากกินของหวานเลยถามดูว่ามีซาลาเปาไส้ไหลไหม  คือเมื่อวานยังฟินกับร้านนั้นอยู่ คำตอบคือ “มันธรรมดาไปโรงแรมเราไม่ทำครับ”   เงิบไปกับคำตอบสิบตลบ

เวลาชิลกับคนชิล

.        โอเคได้เวลา Free time ออกเดินเที่ยวชิลกันอีกครั้ง คราวนี้ผมให้เกียรติพี่หมอยุ่งเป็นผู้นำทางครับ (จริงๆคือกลัวพาทุกคนหลง 55 ) พี่หมอยุ่ง พาพวกเราเดินเป็นวงกลม ลัดเลาะจิมซาจุ่ย – Victoria Harbour – Harbour City – Kowloon Park เส้นทางก็ประมาณนี้ครับ

.         ไม่ต้องสืบครับว่าสายชิลอย่างผมจำเส้นทางได้ไหมว่าอะไรคืออะไร .. ตอบด้วยความมั่นใจว่า “ไม่” เอาเป็นว่ามันอยู่แถวๆนั้นที่เขียนไปหน่ะ ข้อมูลมั่วบ้างไรบ้าง

.         เดินเม้าส์มอยกันแอดมินจาก 4 เพจ 4 สไตล์ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันเยอะเลยครับ ผมมาดูทริปนี้ผมถ่ายรูปมาน้อยมากๆเพราะว่าเวลาส่วนใหญ่ในทริปผมได้พูดคุยกับคนเก่งๆรอบตัว ทุกคนก็มีใจให้ไม่มีกั๊กมีหยิ่งใส่กันเลย สนุกมากๆสงสัยทำบุญมาดี ไปทริปไหนก็ชิลตลอด

Process-0856 Process-0885 Process-0874 Process-0865 Process-0860

.      เดินกันจนสุด  Victoria Harbour แถวนั้นมีร้านมะม่วงเจ้าเก่า ‘Hui Lau Shan’ ร้านนี้มีสาขาเยอะครับไปไหนก็เจอ สมาชิกแก๊งเราอยากกินฮะ จัดไปเลยผมอ่านมามีคนแนะนำว่าพุดดิ้งมะม่วงอร่อย (แต่ต้องกินที่ร้านเท่านั้น)

พอนั่งพนักงานก็มาแนะนำเซ็ตใหญ่ครับ แต่คือเราอิ่มแล้วไงครับไป 4 คนก็เลยสั่งไซด์เล็กสุดมาชิมกัน

…พนักงานไม่รับออเดอร์ครับผู้ชม…

เห้ยคืออเมซิ่งฮ่องกงมากๆ มาน้อยสั่งไซด์เล็กพนักงานไม่รับสนใจครับเดินไปโน้นเลย !

“เออ เอาก็เอาวะไซด์ใหญ่ก็ใหญ่” พอเราสั่งไซด์ใหญ่เธอยิ้มออกมาสะงั้นProcess-0894 Process-0901

ขนมมาเสริฟแล้วครับ หน้าตาดูดี ส่วนรสชาติไม่ต้องพูดถึงครับ อร่อยจนลืมโกธรพนักงานต้อนรับไปเลย ชิลชวนชิม confirm!

.       เดินตามพี่หมอยุ่งไปเรื่อยๆถึง Harbour City ครับห้างชื่อดังที่ต้องถูกบรรจุใน check list คนไทยส่วนใหญ่ที่มาฮ่องกง มีแทบทุกแบรนด์ที่ต้องการอยู่รวมกันในห้างนี้ ผมไม่ได้ช็อปอะไรก็ถ่ายรูปอะไรเรื่อยเปื่อย

Process-0905 Process-0914

หมดเวลาสนุกแล้วสิ

ได้เวลานัดแก๊งชาย 4 หมี่เตี้ยวเดินกลับที่พักกันครับ ลองเปิดแผนที่แล้วมันน่าจะเดินผ่านสวนไปได้ บรรยากาศวังเวงมากครับตอนเข้าไป

“แอดมิน 4 เพจดัง หลงป่าในฮ่องกง” แหมถ้ามันเกิดขึ้นจริงก็คงไม่ตลกนะครับเนี้ย

พอเราเจอบันไดขึ้นก็เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆครับ Kowloon Park นี่สร้างความปะหลาดใจให้ผมหนักเลยครับ นอกจากจะเป็นสวนแล้วก็ยังมีสนามฟุตซอล มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ใจกลางป่าคอนกรีตที่มีชื่อว่าฮ่องกงนี้สะด้วย  เราเดินทะลุไปเรื่อยๆครับเดินกางร่มเป็นพระเอก MV กันไปจนทะลุย่านที่พัก จากนั้นผมเก็บกล้องเก็บเกี่ยวความประทับใจผ่านสายตา และการพูดคุยกับคนเก่งๆทั้งหลายรอบตัวผม จนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

Process-0929 Process-0939

เป็นอันครบสูตรโรงเรียนฮ่องกง ด้วยการวางแผนที่ดีมีเวลาเพียงแค่ 3 วัน 2 คืนก็สามารถเต็มอิ่มกับฮ่องกงได้ถึงขนาดนี้ครับ ผมต้องขอบคุณบริษัทวางแผนการเงิน “A-LIFE” หรือ บริษัท แอดว๊านซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และทีมงานเอไลฟ์ทุกคนที่ดูแลและมอบความทรงจำดีๆให้กับผม รวมทั้งเพื่อนๆพี่ๆทุกคนที่เราไปร่วมทริปด้วยกันครับ ทุกคนเป็นกันเองและเต็มที่ให้กับทริปนี้จริงๆครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม บริษัท A-life ลองดูได้ที่นี่นะครับ

Website : http://www.alife.co.th

Fanpage : http://www.facebook.com/AdvanceLifeAssurance.Thailand

Process-FeatQtum

ขอจบทิ้งท้ายแบบหล่อๆนิดหนึ่งอันนี้อยากแชร์ให้ฟังนอกจาก กิน กิน แล้วก็กินแล้ว ทริปนี้ผมได้มุมมองใหม่กลับมาเพิ่มอีกเยอะมากกกกก อันนี้ยกมาให้ตัวอย่างหนึ่ง  ระหว่างเดินเล่นผ่านฝนพร่ำตรงแถว Victoria Harbour  ผมได้คุยกับ คิ้วต่ำ แอดมินเพจเกือบล้านที่ไม่น่าเชื่อคือพวกเราอายุเท่ากัน เรียนจบมหาลัยเดียวกัน คณะตรงข้ามกัน!   มีประโยคหนึ่งที่คิ้วต่ำทำให้ผมถึงกับหยุดกึ๊กแล้วต้องคิด

“เออเราว่านะ คนที่มาถึงที่แล้วบอกว่าเฟล ฟ้าปิด ฝนตกอะไรเนี้ยเค้าคิดไม่ถูก”

.

“เพราะเค้าโชคดีตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงแล้วตังหาก”

ตึ่ง!! จบหล่อไปจนไปต่อไม่ถูก ขอฝากร้านดื้อๆเลย ชวนแวะเวียนไปอ่านบันทึกการเที่ยวชิลๆ รวมทั้งเทคนิคดีๆกับการเดินทางได้ที่ http://www.facebook.com/ChillJourney   ขอบคุณคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ครับ 🙂


ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::
Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey

Comments

comments