ขี่อูฐดูปิรามิด นั่งดูพระอาทิตย์ตก นั่งรถลุยทะเลทราย สุดสวิงริงโก้ ที่นี่อียิปต์!

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ขอชั้นไปขี่อูฐดูปิรามิด นั่งดูพระอาทิตย์ตกหลังปิรามิดและสฟิงส์สักครั้งจะไม่ลืม!

รีวิวประเทศสุดแซ่บ ที่ทุกคนบอกว่าก่อนตายต้องไปเยือนสักครั้ง ไปดูอารายธรรมของโลกที่ผ่านมา 4000 ปีและยังตั้งตะหง่านอยู่ถึงทุกวันนี้ ไปดูอักษรเฮียโรกลีฟิคที่อ่านไม่ออกแต่รู้สึกได้ว่าขลัง!  ไปดูแม่น้ำไนล์แม่น้ำที่ยาวสุดในโลก ไปดูชีวิตของคนอียิปต์ทุกวันนี้ที่พื้นที่อยู่อาศัยมีเพียง 10% ของประเทศไทย แค่ประชากรมีถึง 90 ล้านคน ลองจินตนาการตามว่ามันจะวุ่นวายกันเบอร์ไหน  

รีวิวนี้ชิวขอถ่ายทอดผ่านมือถือที่กล้องดีที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ Huawei Mate20X ที่ต้องกราบความเทพของกล้องที่จัดมาให้เลนส์ Leica มาครบช่วงพกตัวเดียวเที่ยวรอบโลกได้เลย  กล้องหลังให้ครบทั้งเลนส์ Wide , Normal , Tele  จะเอาภาพกว้าง ภาพปกติ หรือภาพซูม ก็เลือกถ่ายได้ตรงใจโดยไม่ใช่ซูมหลอกๆให้เสียความละเอียดแบบมือถือปกติ!   เอาจริงๆแบบไม่อวยเราชอบมิติภาพของ Mate20x มาก ทุกภาพทุกมุมมองที่เราถ่ายเทียบเคียงกล้องที่เราใช้อยู่เลยเพราะเลือกระยะของภาพได้ดังใจ

ทริปนี้เราไปเส้นทางใหม่! นอกจาก Cairo ที่ไปดูปิรามิด แล้วเรายังไปเที่ยวทะเลทรายถึง Siwa oasis ริมขอบประเทศลิเบีย รวมทั้งเมืองตากอากาศริมทะเล Mediterranean ทะเลน้ำสีสวยยอดฮิตของชาวยุโรปที่เมือง Mersa matruh อีกด้วย !

แผนเที่ยวโปรแกรม 8 วัน 5 คืน

DAY 1 : Bangkok – Cairo ( บินตรง Egypt air ออกดึกถึงเช้า )

DAY 2 : Cairo ( Great pyramid – Sphinx – Step pyramid – Memphis )

DAY 3 : Cairo (  Egyptian Museum – Cairo Citadel – Khan Al-Khalili market )

DAY 4 : Alexandria – Mersa matruh

DAY 5 : Siwa oasis

DAY 6 : Mersa matruh

DAY 7 : Mersa matruh – Cairo

DAY 8 : Cairo – Bangkok ( ออก 23:30 ถึงไทย 13:30 )

ผู้คนเป็นยังไง? เที่ยวยากไหม ? ไปเองได้รึเปล่า?

ตอบแบบสั้นๆเลยครับว่า “ยาก ไม่แนะนำให้ไปเอง” แต่ก็สามารถไปเองได้ ถ้าให้ชิววัดระดับความยากก็ขอให้เป็นประมาณประเทศอินเดียครับ ความวุ่นวายของผู้คน ความงอแงของพวกที่จ้องจะเอาเงินจากนักท่องเที่ยวแบบเราพอกัน

คมนาคมก็ไม่สะดวก ต้องเหมารถเที่ยวเอา ก็ไปต่อรองเอาเองแล้วคนที่หากินกับนักท่องเที่ยวที่นั่นก็ค่อนข้าง tricky มาก ราคาไม่ค่อยเป็นไปตามที่ตกลง! ในขณะที่ตามสถานที่เที่ยวหลักๆในไคโรก็มักจะมี tourist trap เต็มไปหมดเลยฮะ เช่น เราไปถ่ายรูปอูฐเค้าก็วิ่งมาล่ะจะมาเอาเงินไรเงี้ย หรือมาเนียนถามหาบัตรเข้าชมทั้งๆที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่

แต่จริงๆแล้วคนอียิปต์น่ารักนิสัยดีปกติครับ พอเราออกมาจากพวกจุดท่องเที่ยว คนก็น่ารักมากเลย น้องๆชอบถ่ายรูปกับเราด้วยเค้าคงเห็นเราเป็นของแปลก 5555   แล้วยิ่งไปต่างจังหวัดนะครับยิ่งดีใหญ่เลย ชิวทำมือถือตกในรถที่นำเที่ยวในทะเลทราย siwa  คนขับรถก็วนเอากลับมาให้เราประทับใจกับความซื่อสัตย์ของเค้ามากๆ บอกตรงๆวันแรกที่ไปเที่ยวคือเกลียดเลยนะเพราะเจอพวกหากินกับนักท่องเที่ยวมารุมเยอะจนรำคาญ แต่พอเราออกมานอกเมืองก็ปกตินิหว่า คนก็นิสัยดีปกติ

หมายเหตุ : ทริปนี้เราไม่ได้แบกเป้ไปเอง เรามา inspection ทัวร์ที่จะพาคนมาเดือน กพ. ดังนั้นการเดินทางจะใช้รถบัสส่วนตัวทั้งหมดนะ

DAY 1-2 :  Bangkok – Cairo ( Great pyramid – Sphinx – Step pyramid – Memphis ) 

เริ่ม! จากกรุงเทพชิวบินด้วยสายการบิน Egypt air บินตรงประมาณ 10 ชั่วโมงหลับยาวมาตื่นเช้า จัดการซื้อซิมการ์ดที่สนามบินแล้วกระโดดขึ้นรถบัส ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าก็มาถึงเมือง Giza เมืองข้างๆไคโรที่มี Great pyramid นั่นเอง

ชาวกรีกยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก !  เป็นชื่อเรียกของสถานที่ฝังพระศพของเจ้าเมืองเลโทโพลิสโบราณ (ปัจจุบันคือ ไคโร) ครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ตร.ม. และเป็นที่ตั้งของมหาปีรามิด 3 องค์ มีขนาด ลดหลั่นกันตั้งเรียงรายท่ามกลางทะเลทราย

จุดแรกหลังจากผ่านด่านตรวจบัตรเข้าชม ก็จะเจอ pyramid อันที่ใหญ่ที่สุดทันทีครับ สามารถเข้าไปดูใกล้ๆได้เลย ไกด์บอกเราว่าหลังจากผ่านด่านไปให้เดินตามเค้าไปที่ปิรามิดเลย  ห้ามตอบห้ามคุยกับคนที่เข้ามาคุยด้วยเด็ดขาด พวกนั้นเป็น tourist trap ทั้งสิ้นเลยครับ ไม่ตอบทำเป็นฟังภาษาอังกฤษไม่ออกจะดีสุด ยิ่งตอบยิ่งยาววววววววว ตื้อมากกกกกกกกก

จากประตูด่านเก็บเงินเดินนิดเดียวก็ถึงปิรามิดอันแรกและใหญ่สุดเลย มันยิ่งใหญ่มากกกกกกก ก้อนหินแต่ละก้อนใหญ่มากจนไม่น่าเชื่อว่าเมื่อ 4000 ปีที่แล้วเค้าก่อสร้างกันได้อย่างไร โดยไม่มีเครื่องมือทันสมัยอย่างทุกวันนี้ !

แต่จุดไฮไลท์ที่ถ่ายรูปสวยๆเห็นปิรามิด 3 หลังเลยเค้าเรียกกันว่า Panarama view ครับ ซึ่งห่างจากจุดแรกสัก 2 กิโลเมตร!  ชิวขึ้นรถบัสส่วนตัวไปนะครับ แต่ถ้าเพื่อนๆไปเองก็ต้องหารถเหมาไปแหละไปต่อรองกันเอาเองเน้อะ

ตรงจุดนี้คือวิวพีคมากกกกกกกกก แบบเห็นแล้วตายตาหลับแล้ว ได้ภาพครบทั้ง 3 ปิรามิด  และตรงนี้เค้าก็จะมีบริการให้เราขี่อูฐด้วย ถ้าใครอยากขี่ก็จัดไปฮะ ราคาประมาณ 120-200 เงินอียิปต์ ราคาแกว่งมากไปต่อรองเอา  ( คิดเป็นเงินไทยง่ายๆให้คูณสองเข้าไป 1 อียิปต์ = 2 บาท )

จบจากจุด Panorama ถ่ายรูปขี่อูฐกันจนหนำใจแล้วก็ขึ้นรถบัสมาดู Sphinx กันแบบใกล้ๆ เราฝาก Huawei Mate20X ให้น้องถ่ายให้ มือถือฉลาดมากฮะ มี AI พอกล้องเจอว่าเป็นภาพคนก็เปลี่ยนเป็น Portrait mode ให้อัตโนมัติเลย  ละลายหลังสวยงามแล้วตัดขอบเนียนมาก

จบภารกิจแล้วก็ออกเดินทางสู่เมืองเมมฟิส (Memphis) ไปชมเมืองหลวงเก่าแก่แห่งแรกในยุคอียิปต์โบราณกว่า 5,000 ปี เข้าชมในพิพิธภัณฑ์รามเสสที่ 2 ครับ จริงๆข้างในไม่มีอะไรมาก หลักๆก็จะได้เป็นการชม รูปแกะสลักขนาดยักษ์ด้วยหินอลาบาสเตอร์ ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่สวยงาม รายละเอียดดีมาก

ไปต่อที่เมืองซัคคาร่า (Sakkarah) เพื่อไปดูปีรามิดขั้นบันได (Stepped Pyramids) ที่นับว่าเป็นปีรามิดแห่งแรกของอียิปต์ เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นต้นแบบของปีรามิดในยุคต่อมา

สำหรับที่พักเรา 2 คืนในไคโรเราพักที่ le meridien pyramids hotel & spa ครับเป็นโรงแรม5ดาว ที่วิวเด็ดมากกกกกกก สามารถมองเห็นปิรามิดจากโรงแรมเลย!! ไม่ว่าจะเข้านอน หรือ ตื่นมาก็เห็นปิรามิด เอาแบบมองกันให้เบื่อกันไปข้าง!

ภาพนี้ชิวอยากเก็บความหรูเลิศของสระน้ำ ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นเลนส์ไวด์  วิธีการก็ง่ายๆครับแค่สไลด์รูดซูมออกมา Huawei Mate20X จะเปลี่ยนมาใช้เลนส์ wide ให้อัตโนมัติ สามารถเก็บภาพแบบกว้างๆนอนชมวิวปิรามิดได้เลย

DAY 3 : Cairo (  Egyptian Museum – Cairo Citadel – Khan Al-Khalili market )

หนึ่งใน museum ที่ใครก็ใฝ่ฝันที่อยากมาเยือนสักครั้งต้องมี  Egyptian Museum แน่นอน! ไปครับย้อนเวลากลับไป 4 พันปีก่อนเดินชมของเก่ามรดกของโลกกัน   สำหรับที่นี่ใครอยากถ่ายรูปจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 50 EGP ครับ ( ประมาณ 100 บาท )

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์(EGYPTIAN MUSEUM)  ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารใหญ่ เรียกโดยทั่วไปว่า พิพิธภัณฑ์อียิปต์โบราณ จัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1858 โดยนักโบราณคดี ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Auguste Marriette ทั้งอาคารเก่าแก่และการตกแต่งภายใน ได้รับการยกย่องว่างดงามสมบูรณ์แห่งหนึ่งของเมืองนี้ ชมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ ตุตังคาเมน และงานศิลปะที่มีค่าไม่ต่ำกว่า 250,000ชิ้น

Portrait mode หรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอ เราเอามาประยุกต์ใช้อย่างอื่นได้เช่นกันนะ อย่างภาพนี้เราต้องการให้ภาพชัดแค่โซนหน้า เราก็เลยเปลี่ยนเป็น Portrait mode    และฟังก์ชั่นพวกนี้ยังใช้ได้ในโหมดวิดิโออีกด้วยนะ จะทำได้สองอย่างคือ

1.ดูดสีพื้นหลังออก

2.เบลอฉากหลัง (เหมือนถ่ายรูปด้วย  Portrait mode )

ดูตัวอย่าง : https://youtu.be/5t7Dhrj9SI0

Cairo Citadel

ป้อมปราการโบราณที่บอกเลยว่าต้องมา!  นอกจากอาคารจะสวยมากแล้ว ยังตั้งอยู่บนภูเขาสูงสามารถมองเห็นวิวไคโรได้ทั้งเมืองเลย

ภาพนี้ใช้เลนส์ซูม ที่ซูมได้ 3 เท่าโดยไม่สูญเสียรายละเอียด

ภาพน้องๆที่กำลังเดินเข้าชม Citadel เหมือนกับเรา อันนี้เราเอาภาพมาดูแล้วอึ้งเหมือนกันนะ ไม่คิดว่ามือถือมันจะถ่ายได้คมชัดขนาดนี้

ถ้าลองสังเกตดู Citadel จะคล้ายกับมัสยิดที่ตุรกีอยู่นะ  เพราะที่นี่ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีกในแบบออตโตมัน หรือตุรกีใน ปัจจุบันนั่นเอง

ภายในสุเหร่าแห่งโมฮัมหมัดอาลี (MOHAMED ALI MOSQUE)
เทียบให้ดูแบบชัดๆตอนแรกชิวถ่ายด้วยเลนส์ปกติมันเก็บไม่หมด
ก็เลยเปลี่ยนเป็นโหมด ultra wide ได้ภาพตรงใจเลย

ถ่ายกับน้องๆ 🙂 เด็กอียิปต์น่ารักมากกกกกกก เค้าอยากถ่ายรูปกับเรามาก เหมือนเป็นคนดังอะบอกเลย มีแต่น้องๆเดินเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย แล้วก็เลยบอกน้องว่านี่ๆพี่ขอถ่ายมั่ง 555

DAY 4 : Alexandria – Mersa matruh

นั่งรถบัสขึ้นไปทางเหนือ3ชั่วโมงจากไคโรสู่เมืองอเล็กซานเดรีย  ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ ประมาณ 2,300 กว่าปีก่อน จุดแรกที่เราไปแวะเที่ยวคือ เสาปอมเปย์ (POMPEY PILLARS) เป็นโบราณวัตถุสำคัญในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เป็นเสาแกรนิตสูง 27 เมตร ปัจจุบันนี้เหลือเพียงแค่เสาแบบกรีก ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น และสฟิงซ์อีกสองตัว

ถ่ายบ้านเมืองที่ติดกับโบราณสถานกันแบบนี้เลย

น้องแมวเจ้าถิ่น น่ารักมาก นอนนิ่งเลย

ลองถ่ายแบบกล้องแทบจะชนหน้าน้อง 55555  Huawei Mate20X สามารถถ่าย macro ได้ใกล้ถึงระดับ 2.5 CM เลยนะ แต่ใกล้กว่านี้น้องคงเอามือตะปบแล้วล่ะ

อีกภาพแนว street ตามติดชีวิตคนอียิปต์ ถ้าใครตามรีวิวชิวมานานคงจะเห็นภาพแนวนี้บ่อยมาก(เราชอบเรื่องราว) ซึ่งปกติบอกเลยว่ากล้องมือถือทั่วไปมันจะถ่ายมุมแบบนี้ไม่ได้เพราะมันไม่ซูมพอ แต่อันนี้คือซูมได้ภาพไม่แตก ถ่ายเสร็จได้มุมที่เราต้องการเลยจบหลังกล้องโดยไม่ต้องมานั่ง crop ทีหลัง

แวะถ่ายภาพป้อมปราการ Citedel ประจำเมืองอเล็กซานเดรีย ก่อนเดินทางยาวอีก 5 ชั่วโมงสู่ Mersa matruh

DAY 5 : Siwa oasis

วันนี้เราออกจากโรงแรมที่ Mersa matruh ตั้งแต่ 6 โมงเช้าครับหลับยาวๆไปใช้เวลาอีก 4 ชั่วโมงจะถึงเมือง Siwa Oasis กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ที่นี่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ถ้าใครพอมีเวลาก็แนะนำเลยครับสวยมากจริงๆ นั่งรถ 4WD เที่ยวทะเลทรายมันส์มาก! สวยมากกกกกก

แต่การมาที่นี่ค่อนข้างยากต้องทำ permit ในการเข้ามาเที่ยวถ้าใครสนใจสามารถติดต่อซื้อแพคเกจได้จาก http://royalvacationtours.com/thailand/ ครับเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในเส้นทางอียิปต์ บอกว่าอ่านมาจาก chilljourney ก็ได้เผื่อเค้าจะลดให้ 🙂

สันทรายที่นี่สวยและสูงมาก สูงกว่าสันทรายที่โมร็อคโคที่ชิวไปมาอีก (เสียดายใช้โดรนไม่ได้ในประเทศนี้ เลยไม่มีภาพมุมสูงให้ดูว่าสันทรายมันสูงแค่ไหน )

ที่เมือง Siwa ก็มีทะเลเกลือด้วยนะ น้ำใสสวยมากกกกกกกกกกกกกกกก สามารถลงไปแช่ตัวได้ด้วย

DAY 6 : Mersa matruh

วันนี้เป็นวันชิลล์ครับ นอนตื่นสาย ลงไปเล่นน้ำทะเล mediterranean หน้ารีสอร์ท5ดาว Carols Beau Rivage Hotel  โรงแรมสวยดีงามมากกกกกก

หาดหน้ารีสอร์ท ขาวใสมาก น้ำทะเลสวยสุดยอด

ตอนบ่ายไป city tour เล็กน้อยแล้วก็ไปที่หาดที่สวยมากๆใกล้ๆรีสอร์ท ชื่อ  Ageeba Beach  อยากให้มาเห็นด้วยตัวเองจริงๆมันสีสวยมากกกกกกกก (ทะเลเดียวกับประเทศกรีซแหละ สีเหมือนกันเลย )

ปิดท้าย

อียิปต์สำหรับเราเป็นประเทศที่ก่อนไปรู้สึกว่าครั้งเดียวพอ! บ้านเมืองไม่สะอาด วุ่นวาย ฝุ่นเยอะ ตั้งใจว่าได้เห็นปิรามิดก็พอ แต่พอได้ไปสัมผัสจริงๆกลับหลงรักมากกกกกกก ผู้คนน่ารักนิสัยดี แม้มือถือเราหล่นในรถยังได้คืน ทะเลสวยน้ำใส และยังมีวิหารอีกหลายที่ ที่เรายังไม่ได้ไปในเส้นทาง Aswan – Luxor รวมทั้งการไปดำน้ำที่ Red sea แหล่งดำน้ำระดับโลก อียิปต์จ๋าเดียวเจอกันนะ!


ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::
Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey
The following two tabs change content below.

Comments

comments