เมื่อรายได้ขยับขยายเพิ่มขึ้น สิ่งที่มักจะเติบโตตามเป็นเงาตามตัวก็คือภาษีเงินได้ที่ต้องจ่าย และสำหรับมนุษย์เงินเดือนรวมถึงผู้มีรายได้ประจำ การเรียนรู้วิธีวางแผนภาษีขั้นบันไดถือเป็นทักษะทางการเงินที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะระบบภาษีของประเทศไทยยิ่งเรามีรายได้สุทธิมาก อัตราภาษีก็จะยิ่งทวีคูณสูงขึ้นตามลำดับ
ดังนั้น หากเข้าใจกลไกและรู้จักใช้สิทธิประโยชน์ทางกฎหมายอย่างถูกวิธี การบริหารจัดการเงินได้เพื่อลดทอนภาระตรงนี้ลง จะช่วยเปลี่ยนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ให้กลายกลับมาเป็นเงินออมในกระเป๋าได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
เข้าใจกลไกเพื่อ “ทุบบันได” ให้ต่ำลง
หัวใจสำคัญของการวางแผนภาษีขั้นบันไดไม่ได้อยู่ที่การพยายามปกปิดรายรับ แต่คือการบริหาร “เงินได้สุทธิ” ซึ่งเป็นฐานวิกฤตที่กรมสรรพากรใช้คำนวณภาษี โดยเงินได้สุทธินี้คำนวณมาจาก รายได้ทั้งหมด หักด้วยค่าใช้จ่าย และหักด้วยค่าลดหย่อน
เนื่องจากการจัดเก็บภาษีบ้านเราคิดเป็นขั้นคล้ายขั้นบันได (ตั้งแต่ 5% ไปจนถึงสูงสุด 35%) หน้าที่ของเราคือการใช้ “ค่าลดหย่อน” มาเป็นเครื่องมือในการดึงเงินได้สุทธิให้ลดต่ำลงมาอยู่ในฐานภาษีที่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกตัวอย่างเช่น หากปัจจุบันมีเงินได้สุทธิตกอยู่ที่ขั้น 20% แต่สามารถหาค่าลดหย่อนมาเติมได้เพิ่มขึ้น จนทำให้ฐานเงินได้สุทธิลดลงมาอยู่ตารางขั้น 15% นั่นเท่ากับว่าสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ทันทีถึง 5% ของส่วนต่างนั้นเลยทีเดียว
3 กลยุทธ์ลดหย่อนยอดฮิต ยิ่งวางแผนดียิ่งมีเงินเหลือ
การจะวางแผนภาษีขั้นบันไดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรเริ่มต้นแบ่งสัดส่วนการลดหย่อนออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและไม่กระทบกับกระแสเงินสดในชีวิตประจำวัน
- กลุ่มสวัสดิการและการคุ้มครอง : เริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัว เช่น ประกันสังคม ประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยโอนย้ายความเสี่ยงในชีวิตแล้ว ยังเป็นด่านแรกที่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้มค่า
- กลุ่มการออมและการลงทุนระยะยาว : สำหรับผู้ที่มีฐานภาษีสูง การเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รวมถึงกองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ถือเป็นทางเลือกที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะนอกจากจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีในปัจจุบันแล้ว เงินก้อนดังกล่าวยังมีโอกาสงอกเงยเป็นเงินเก็บในอนาคตอีกด้วย
- กลุ่มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ : ในแต่ละปีรัฐบาลมักจะมีมาตรการพิเศษ เช่น โครงการช้อปดีมีคืน หรือมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งการติดตามข่าวสารและเก็บรวบรวมใบกำกับภาษีอย่างถูกต้อง จะช่วยให้มีสิทธิหักลดหย่อนเพิ่มเติมได้แบบฟรี ๆ
สุดท้ายนี้ การวางแผนภาษีขั้นบันไดไม่ใช่เรื่องของการทำเพียงครั้งเดียวในช่วงสิ้นปี แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการคำนวณและการเตรียมตัวล่วงหน้าตลอดทั้งปี ยิ่งเริ่มต้นวางแผนเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งมีเวลาในการเลือกสรรเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมกับตัวเองมากเท่านั้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์จากการใส่ใจในรายละเอียดภาษีขั้นบันไดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ จะสะท้อนออกมาในรูปแบบของเงินออมที่เพิ่มขึ้น และความมั่งคั่งทางการเงินที่ยั่งยืนอย่างแน่นอน
Instragram :@ChillJourneyTHติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::
Facebook Page : Chill Journey :: เที่ยวอย่างชิว
Youtube : ChillJourney
Blog แนะนำเคล็ดลับการจองที่พัก อ่านเถอะจะได้ไม่พลาดอีก!

