รีวิว “เลห์”  สวรรค์บนดินตอน Pangong lake – Tso moriri – Nubra | Leh ladakh EP.2 [2/2]

  •  
  •  
  •  
  •  

ภาคต่อของคราวที่แล้ว…… แนะนำให้ให้ไปอ่านอันโน้นก่อนนะ บล็อกก่อนเขียนไปแล้ว 3 วัน  คราวนี้จะมาเขียนต่อที่เหลือส่วนไฮไลท์ทั้งหมดเลย

รีวิว “เลห์”  สวรรค์บนดินที่ชาตินี้ต้องไปสักครั้งก่อนตาย | Leh ladakh EP.1 [1/2]

 

เที่ยวยังไง? 

วิธีการเที่ยวในเลห์ง่ายมาก เราแนะนำให้ติดต่อไปที่เกสเฮ้าส์ที่คุณถูกใจ ของชิวใช้ของ Ree-yul Guest House Leh  ที่พักยอดฮิตของคนไทย ซึ่งเพื่อนๆเราแนะนำกันมาหลายคนบอกว่า “ซาลีม” เจ้าของน่ารักมาก ชิวก็ขอ confirm เพิ่มไปอีกคน ว่าจริง ซาลีมดูแลพวกเราดีมากทุกคนประทับใจห้องพักเค้าก็นอนสบาย ราคาไม่แพง ด้วยครับ

 

เตรียมตัวอะไรบ้าง?

1. อย่างแรกเลยให้ไปซื้อประกันเดินทางกันก่อน

ฮัลโหล นี่คือประเทศอินเดีย ที่ซึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้ และนี่คือเมือง เลห์ ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3500 เมตรเป็นต้นไปที่มีอ็อกซิเจนเบาบาง กันดาร ทางโคตรโหด ซ้ายเขาขวาเหว รถวิ่งสวนกันทีนี่โอ้ยยยยยย ใจหล่นไปตาตุ่ม มีโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุนี่ง่ายมาก   ก็เอาเป็นว่าขายของกันตรงๆให้สปอนเซอร์เลยแล้วกันหมดยุค Tie-in แล้วป่ะ  ชิวใช้ประกันเดินทางของทิพย์ประกันภัย  ส่วนตัวชิวเดินทางบ่อยมากเราก็เลยทำประกันเดินทางรายปีเลย

 

จุดเด่นของทิพยประกันภัย คือเบี้ยถูก และ “ไม่ต้องออกค่ารักษาพยาบาลก่อน” ตรงนี้มีน้อยเจ้าครับที่มีสิทธิ์ตรงนี้ให้ สมมุติว่าเราเจ็บป่วยเข้าโรงบาลในต่างประเทศเราก็แค่โทรมาแจ้ง Call center ว่าเรากำลังจะไปเข้าโรงบาลทางประกันจะประสานโรงพยาบาลให้เลยโดยเราไม่ต้องออกเงินไปก่อนแล้วค่อยกลับมาเบิกทีหลัง

เพียงเข้าผ่านลิงค์ https://bit.ly/2UTZLaQ

กรอกโปรโมชั่นโค้ด : ChillJourney ลดเพิ่มอีก 5% (จากราคาที่แสดงบน www.tipinsure.com)

 

เมื่อซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ ดังนี้

600-1,199 บาท รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่า 100 บาท

1,200-1,799 บาท รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่า 200 บาท

ตั้งแต่ 1,800 บาท ขึ้นไป รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่า 300 บาท

ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 – 31 ก.ค. 2562

 

2. เตรียมตัวก่อนขึ้นที่สูง  จริงๆส่วนนี้ผมไม่กล้าเขียนนะครับเพราะว่ามันอันตราย เพื่อนๆลองหาคำว่า “Altitude Sickness” ดูนะครับ ส่วนตัวผมทานยา Diamock ก่อนไป 2 วันและระหว่างที่อยู่ที่นั่นก็ทานวันละเม็ด ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงนะ

3. ชุดกันหนาว อาหารแห้ง ชุด ยา เตรียมไปให้พร้อมเผื่อไว้นะครับเพราะว่าที่โน้นค่อนข้างกันดารมากกกกกก

4. เตรียมใจตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ต   ไม่มีซิมใดๆใช้งานได้ ณ ขณะนี้ ซิมโลคอลก็ใช้ไม่ได้ ต้องหาเล่นตามร้านกาแฟ หรือ ตามที่พักเท่านั้น ซึ่งก็ช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกก ช้าขนาดที่ว่าตอบไลน์เพื่อน ตอบไลน์แฟนได้คือดีใจอะคุณ !

 

 


DAY 4 : Nubra valley

วันที่ 4 ของการเดินทางที่เหมือนจะสบายแต่ไม่สบาย….ใช่ผมนี่แหละไม่สบาย! อาการอาหารเป็นพิษเมื่อคืนก็ยังเล่นงานผมอยู่ แต่โดยรวมก็ดีขึ้นมากแล้วพอลุยต่อไหว  วันนี้โปรแกรมเราไม่มีอะไรมาก เดินเที่ยวเล่นถ่ายรูปที่หมู่บ้าน Turtuk ในตอนเช้า ออกสักสิบโมงขับรถไปเที่ยวแถบ Nubra valley กัน

ก็ขับรถกันยาวๆผ่านทางกี่ล้านโค้งไม่รู้ นั่งจนเมื่อยตรูดไปข้างก็มาถึง Nubra valley แวะกินข้าวแล้วไปเที่ยวที่แรกกันคือ  Diskit วัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเขต Nubra Valley บนนั้นวิวดีมากกกกกกกกกกก  ใครไม่ใช่สายวัดวาอารมณ์ก็ต้องมาอะเอาจริง วิวดีต่อใจมาก

 

ไหว้พระชมวิวถ่ายรูปกันแบบผมปลิวๆเพราะตอนนี้ลมกำลังหอบพายุทะเลทรายมาชุดใหญ่!  ทำให้เราหลบอยู่บนนี้พอสมควร จากนั้นคนขับเราก็พาไปเที่ยว monastery ฝั่งตรงข้ามกันซึ่งทางคือขับรถลงเขา แล้วไต่เขาขึ้นไปอีกลูก!  OMG  ความเสียวสันหลังมีทุกขณะจริงๆที่เลห์

หลังจากไหว้พระกันจนเหนื่อย เพราะต้องเดินขึ้นเขาตลอดเว ก็ถึงเวลาที่สมาชิกทุกรอคอยคือการขี่อูฐ !

ใช่ครับคุณณณณณณ ไม่ใช่ว่าที่เลห์จะมีภูเขาอย่างเดียวเค้ามีทะเลทรายสีเงิน ( Silver sand dune ) ด้วยนะ ส่วนกฎกติกาการขี่อูฐ คือ ไม่มี!!

เคล็ดลับคือไม่ต้องไปหาแถว หาคิว หาอะไรเลย พุ่งเข้าชาร์จเจ้าของอูฐไปเลย ประมาณว่าใครดีใครได้ ใครให้ราคาสูงได้ไป

แล้วมันก็จะวุ่นๆวายๆนิดหนึ่ง สุดท้ายชาวคณะเราติดต่อผ่าน นายหน้าอีกที ซึ่งแพงกว่าที่คนขับเราบอกเล็กน้อย แต่ก็ได้ขี่  โอ้ยยยยย ปวดหัวสุดตรงนี้ 555

เออวันนี้เรานอนเป็นแคมป์นะ อยู่ใกล้ๆทะเลทรายนั่นแหละ แคมป์แบบ luxury ก็มีห้องน้ำในตัว นอนสบาย แต่หนาวชิบหา………. คุณ!!!!!!!

นี่ขนาดไปกลางเดือน 5 ที่เป็นหน้าร้อนแล้วนะ ยังหนาวเบอร์นี้ ไม่อยากจะคิดว่าถ้ามาตอนอื่นจะขนาดไหน

อ้อ….. แล้วอย่าหวังว่ามีเน็ตใช้ นอนเล่นเพลินๆอัพไอจี เพราะที่นี่ทุกที่พักจะติดป้าย FREE Wifi หมดทุกเจ้า แม้แต่แคมป์เรา สัญญาณ Wifi อะมีจริงแต่เน็ตไม่มาด้วย!

 

DAY 5 : Pangong lake – Leh

 

มาต่อกันที่วันที่ 5 วันนี้ซาดิกบอกให้ออกแต่เช้า ( 8:00 ) เพราะวันนี้เราเดินทางไกลมากพอตัวเราจะนั่งรถจาก Nubra ที่เราอยู่ไปทะเลสาบ Pangong lake จากนั้นตีรถกลับไปนอนที่ตัวเมืองเลห์เลย  เพราะว่าแคมป์ต่างๆรอบทะเลสาบปางกอง ถูกรื้อทิ้งโดยรัฐบาลอินเดียเหี้ยนหมดแล้วจ้า ทริปนี้เราก็เลยอดนอนริมทะเลสาบตามแพลนเดิมกันเลย

 

จุดแรกในภาพนี้ชื่อ Refreshment point ซึ่งก็จะมีห้องน้ำ หรือเรียกง่ายๆว่าส้วมจีนในจินตนาการอะคุณ! แล้วคนท้องเสียแบบผม  จะให้ห้องน้ำมันจะแย่ขนาดไหนก็ต้องเข้าป่ะ 555 โอ้ยยยยย   แต่วิวสวยๆที่ได้เห็นตลอดทางก็ทำให้หายเหนื่อยอยู่นะ

นั่งรถมาเรื่อยๆใกล้ถึงทะเลสาบก็เจอน้อง Marmot กระรอกบิ๊กไซส์ ที่น่ารักกกกกกกกก

น้องน่ารักมากกกกกกกก แต่อย่าเผลอไปจับเชียวนะ (ซึ่งปกติมันก็วิ่งหนีลงรูอยู่แล้ว)

เพราะนางจะเป็นพาหะนำโรคกาฬโรค !  แล้วก็ห้ามให้อาหารด้วยนะไกด์เราบอกว่ามันจะตาย ถ้ามันกินผลไม้ กินขนมที่คนให้อะ

เนี่ยดูดิคนให้อาหารจนมันรู้ว่าถ้ารถมามันจะได้กิน ดูมันยืนรอเลย  พวกเราก็ถ่ายรูปกันเฉยๆ

 

เยสสสสสส ในที่สุดเราก็มาถึงทะเลสาบ ปางกองแล้วจ้า  Pangong lake ชิวคิดว่าคนที่อยากมาเที่ยวเลห์  ร้อยละ 90% เห็นภาพที่ทะเลสาบแห่งนี้แหละแล้วใจเต้นรัวๆกดตั๋วจะมาให้ได้ เราก็เป็นหนึ่งในนั้น แล้วพอได้มาเห็นของจริงด้วยตาตัวเองแล้วมันมีความสุขที่สุดเลย  ชิวบอกให้ซาดิกช่วยขับเลยมุมมหาชนไปหน่อย เพราะตรงนั้นคนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก ซึ่งนางก็โอเค (เห็นไหม คนขับเราน่ารักขนาดไหน)  พอเลยมาอีกนิดเดียวก็ไร้ผู้คน มีแต่แก๊งเราเท่านั้นเอง ถ่ายรูปกันสนุกมากกกก

จากนั้นก็ไต่เขา(อีกแล้ว) กลับสู่ตัวเมืองเลห์ ขากลับก็จะผ่านจุดสูงสุดของเขาแถบเนี่ย ที่สูงประมาณ 5000+ เมตรจากระดับน้ำทะเล ก็ลงไปถ่ายรูปก๊อกแก๊กกันนิดหน่อย ไม่กล้าเปรี้ยวกันมากแล้ว เพราะเข็ดจากตอน 5600 นั้นไง ปวดหัวไปดิ 555

นั่งรถยาวๆก่อนกลับเข้าเมืองก็จะเจอมุมนี้ เป็นมุมคลาสสิค ถ่ายจากถนนไปเห็นวังอยู่บนเขา สวยดี

DAY 6 : Tso moriri

มาทั้งทีต้องไปให้สุดดดดดด วันนี้ออกตั้งแต่ 7:30  โคตรเช้าเพราะเราจะไปทะเลสาบอันไกลโพ้นนนนนน ชื่อ Moriri ( Tso แปลว่า ทะเลสาบ )  สมาชิกเราทั้งหมดไป 11 คนใช่ป่ะ วันนี้มี 5 คนที่ยอมแพ้กับการนั่งรถนาน แล้วนอนชิลล์เดินเล่นช็อปปิ้งอยู่เลห์  ส่วน 6 คนที่เหลือรวมชิวก็ปวดตรูดกันต่อนั่งรถไปกันยาววววววววววววววววววว  ยาวมากจริงๆวันนี้นั่งรถโคตรไกล  วันนี้แพลนคือนั่งรถไป 6 ชั่วโมง และ นั่งรถกลับอีก 6 ชั่วโมง !!!  #กราบคนขับ

อะหลังจากนั่งมาได้ 5 ชั่วโมงได้ก็จะเจอทะเลสาบแรกก่อน มันคือ  Kyagar Tso   เห็นธรรมดาแบบนี้นางสูงถึง 4,708 ม. จากระดับน้ำทะเลเชียวนะ !   วันที่เราไปโชคดียังมีความเป็นน้ำแข็งอยู่บ้าง สวยทีเดียว ทุกคนลงไปถ่ายรูปกันใหญ่เลย  แล้วก็เดินหอบกันขึ้นมา เพราะลืมตัวไปนี่มันสูงเกือบ 5000  เหนื่อยเป็นลูกหมากันหมดเลยจ้า 5555

นั่งรถต่อกับทางขโยกขเยกไป ก็มาถึง Tso moriri จุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริปเลห์จนได้   มีเพื่อนเราที่มาตอนเดือนเมษา บอกที่นี่หนาวจนปวดกระดูกเลย แล้วทะเลสาบก็จะเป็นแผ่นน้ำแข็งๆเหมือนไบคาล แต่พวกเราไม่เจอนะตอนเราไปน้ำแข็งละลายเกือบหมดแล้ว  ส่วนฟ้าก็ปิดไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร ก็สวยดี แต่ก็ไม่ได้ว้าวมาก แต่ชิวว่าไฮไลท์สำคัญของการมาเที่ยวทะเลสาบ Tso moriri คือวิวระหว่างทางมากกว่า ด้วยความที่มันออกมาไกลมาก ทุกอย่างจึงธรรมชาติมากๆๆเลย

เผลอๆถ่ายรูป

 

ส่วนขากลับซาดิก ได้พาเราขับกลับอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเปิดเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น  ทำให้ได้ไปเจอ  Tso Kar   มันคือทะเลสาบอีกอันหนึ่งที่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ก.ไก่สิบล้านตัว  มันยิ่งใหญ่และสวยมากจริงๆนะทุกคน ดูในรูปอาจจะรู้สึกธรรมดา แต่สมาชิกทุกคนในทริปเราบอกว่า ที่นี่สวยที่สุดตลอดทริปเลห์นี้เลยครับ ถ้าเพื่อนๆไปช่วง summer ลองคุยกับที่พักดูว่าเส้นทางนี้เปิดไหม ถ้าเปิดให้เค้าพาไปนะ สวยมากจริง

 

ที่ทะเลสาบจะมีสัตว์นับหมื่นๆตัวมาอยู่ตรงนั้นด้วย รายล้อมไปด้วยภูเขาระดับ 5000+  หลักสิบลูก มันอลังมากกกกกก

ฟินสุดๆกันที่   Tso Kar    แล้วก็นั่งรถกลับเมืองเลห์กัน ขากลับก็ได้ผ่านถนนที่สูงอันดับ 2 ของโลก Taglang La แวะถ่ายรูปฟินๆชมวิวเพลินๆกันอีกสักรอบ  ( อันสูงสุดชื่อ Khardung La Pass ที่เราไปมาแล้ว )    จากนั้นก็นั่งรถยาวๆซ้ายเขาขวาเหวกันต่อจนถึงตัวเมืองเลห์  วันนี้กลับถึงดึกเลย สองทุ่มกว่าโน้นแหนะ

DAY 7 : Leh Airport

ช่วงเช้ามีเวลาเหลือ 2 ชั่วโมงก่อนไปสนามบินก็ออกไปเดินเล่น ช็อปปิ้งซื้อของกลับบ้านกัน ขน Himalaya กลับบ้านชุดใหญ่ที่อินเดียถูกมาก   จะว่าไปตัวเมืองเลห์จริงๆก็น่ามาอยู่เที่ยวสักวันนะ แบบชิลล์ๆเพลินๆก็พอได้อยู่นะ แต่ถ้าเวลาไม่มากเอาแบบรวดรัดก็ตามทริปชิวได้เลย ครบถ้วนเวอร์ ครบทุกจุดเวอร์  พอได้เวลาต้องไปบินสัก 10 โมง ล่ำรากับซาลีม เจ้าของเกสเฮ้าส์ผู้น่ารักดูแลเราตลอดแล้วไปสนามบิน บินกลับบ้านกัน

 

ส่งท้าย

 

ก่อนจบจะเมาส์มอยนิดหนึ่ง คือก่อนออกจากเกสเฮ้าส์อะ

ทุกคนบอกซาลีมกันใหญ่ว่าขอบคุณมากนะ ไว้เจอกันนะ แต่เจอกันที่กรุงเทพนะ

เพราะทุกคนไม่คิดจะกลับมาอีกแล้ว เข็ดนั่งรถ!

แต่พอชิวกลับมาไทยได้สัก 1 เดือนนะเรากลับคิดถึงเลห์มากๆเลย

ความทรงจำที่ดีที่สุดของเราไม่ได้อยู่ที่วิวที่อลังการล้านแปดเลย แต่กลับอยู่ที่ผู้คน คนที่เลห์นิสัยดีมากจริงๆ

เค้าไม่มีโกงเลย น่ารักมากๆ ทำให้เราคิดถึงอยากกลับไปอีกจัง 🙂


ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::
Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey
The following two tabs change content below.

Comments

comments