Chill Journey | Thai Travel & Lifestyle blog

รีวิวซากะ Saga เมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัฒนธรรมและธรรมชาติของคิวชู

ญี่ปุ่นรอบที่ 7! และคิวชูรอบที่ 2 ของชิว บล็อกนี้จะพาไปรู้จักกับจังหวัด Saga จังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัฒนธรรมและธรรมชาติ เรารู้ทุกคนขี้เกียจอ่านอะไรยาวยาว เราเอาคลิปสรุปทริปนี้มาให้ดูก่อนใน 2 นาที เอ้าเริ่ม!

 

 

จากไทยไปยังไง?

แน่นอนว่ามันต้องเครื่องบิน ถ้าจากไทยตอนนี้มีสายการบินไทย สายการบินแห่งชาติของเรา เป็นเจ้าเดียวที่บินตรงสู่เมือง Fukuoka เมืองหลวงของภูมิภาคคิวชู เน้นสะดวกสบายเดินทางเวลาดีออกดึกถึงเช้าไม่เสียค่าโรงแรมเที่ยวได้เลย อาหารครบ โหลดกระเป๋าแน่น ก็จัดไปเข้าเว็บจองโลด www.thaiairways.com  แต่บอกก่อนว่ายังมีทางเลือกอื่นถ้าไม่เอาบินตรงก็มีสายการบินต่อเครื่องเยอะแยะมากมายก็ลองค้นหาดูเด้อ

 

การเดินทางภายใน

เอาแบบไม่อ้อมค้อมชัดเจนตรงประเด็น “เช่ารถขับ” เออบอกเลยว่าเช่ารถขับคือเวิร์คสุดในการเที่ยวเมือง Saga ( รวมทั้งภูมิภาคคิวชู ถ้ากรณีไม่ได้เที่ยวแต่เมืองอะนะ ) รถไฟ รถบัสที่นี่พอมีแต่เราว่ามันเดินทางไม่สะดวกเท่าเช่ารถขับอะ ก็แนะนำว่าให้เช่ารถขับแล้วกัน ง่ายดี

 

ไปหน้าหนาวแต่งตัวยังไง

สำหรับช่วงเดือนมค.ที่เราเดินทางก็จะหนาวประมาณ 5-15 องศา ชิวใส่ Heattech ธรรมดาเป็นตัวในและ เสื้อกันหนาว Ultra Light Down เป็นชั้นนอก ใส่แค่นี้สำหรับชิวแค่นี้ก็ก็พอละ อุ่นสบายมาก ทั้งสองชิ้นจากร้านประจำ Uniqlo ไม่ใช่แค่ใส่ไปเที่ยวนะ ออฟฟิศใครเปิดแอร์หนาวยั่งกะขั้วโลกก็ใส่ด้ายยยย และตอนนี้้ใครที่จะไปเที่ยวที่ไหนที่หนาวมากแบบตัวสั่น ไปเลือกเสื้อตัวใน Heattech ที่เหมาะกับสภาพอากาศที่จะเดินทางกันได้เด้อ เค้าให้เลือก 3 แบบ ( ฮีทเทคธรรมดา,ฮีทเทคเอ็กซ์ตร้าวอร์ม และ ฮีทเทคอัลตร้าวอร์ม) พุ่งตัวไปลองได้ที่ shop ใกล้บ้าน หรือ จะสั่งออนไลน์ก็ได้จิ้มเว็บ www.uniqlo.com เลยจ้าส่งไวเวอร์วันสองวันก็ถึงแล้ว

P1650938

มาเริ่ม! จากกรุงเทพเราออกเดินทางด้วยสายการบินไทย เวลาไฟล์ทออกก็จะประมาณเกือบๆตี 1 แล้วจะถึงที่โน้นประมาณ 8 โมงเช้าก็เที่ยวพอดีงี้ พอเครื่องขึ้นรักษาระดับได้ปุ๊ปพนักงานก็เริ่มแจก snack box ในทันทีแล้วปล่อยให้ทุกคนนอน คือตอนแรกชิวก็ลืมไงคิดว่าเค้าจะเสริฟอาหาร แต่คิดอีกทีคือ “ใครจะกินตอนตี 1 วะ” ก็เลยหลับเอาแรงในทันที คล่อกกกกกกก

ระยะบินสั้นๆแค่ 5 ชั่วโมงอะนะ งีบไปได้สัก 3 ชั่วโมงครึ่งพนักงานก็มาเสริฟอาหารละ เป็นมื้อเช้าแบบจัดเต็มก่อนแลนด์ อาหารอร่อยดีงามมาก เราชอบข้าวญี่ปุ่นกับปลาทอด คือดี ฟิลลิ่งเจเปนนิส เดสก้ะมาก

กินเสร็จ พนักงานมาเก็บ ทานน้ำชากาแฟตามนิดหนึ่ง จัดเต็มให้สมกับมา Full service แล้วอีกแป๊ปเดียวก็แลนด์แล้ว วันนี้ฟ้าครึ้มเชียวแต่แสงส่องทะลุเมฆมากระทบเมืองดูอลังการมาก แนะนำนั่งริมหน้าต่างฝั่งขวาจะดีอยู่นะ

จากสนามบินเราขึ้นรถตรงดิ่งไปที่จังหวัดซาะกะ (Saga) เลยจุดแรกที่ไปแวะคือ  จุดชมวิวบนภูเขาคางามิยาม่า (Kagamiyama Observatory)  เป็นจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อมากว่าโคตรพีค แต่…….. วันนี้ฮะฟ้าพังจ้า !! มองเห็นวิวแบบเลือนลางมากจ้า  แต่ก็ยังเห็นร่องรอยความสวยงามเด้อ ยังไงลองแวะมาดูกัน ขับรถมาก็ถึงยอดเลย ไม่ต้อง trek ให้เหนื่อย

เห็นแถบต้นไม้เยอะๆนั่นป่ะ มันคือป่าสนสีดำเป็นล้านต้น! ที่ถูกปลูกขึ้นมาเพื่อกันลมอะไรเงี้ยให้กับประสาทคะระสึ ( Karatsu Castle ) โอ้โหอลังไปอี้กกกกต้องจริงจังกันเบอร์ไหนถึงปลูกต้นไม้ล้านต้น !!

เออลืมบอก! บนเขานั้นมีศาลเจ้า ไซส์กลางๆด้วยนะอย่าลืมไปไหว้ก่อนลงเขาล่ะ

ขับตัดผ่านต้นสนล้านต้นในภาพด้านบนนั่นแหละ เค้ามีร้านแฮมเบอร์เกอร์ชื่อโคตรดังสไตล์ food truck จอดอยู่ ขายมาแบบ 30-40 ปีแล้วงี้ ลองแวะวนไปชิมดูราคาถูกมาก 400-500 เยนต่อชิ้นประมาณเนี้ย เราลองชิมแล้วรสใช้ได้ คือมันไม่ได้มีไส้ตู้มต้ามอัดแน่นอร่อยเวอร์วังอย่างที่คิดอะนะแต่คือด้วยราคานี้ในญีปุ่นถือว่าไม่แพงละ

มา Saga ต้องมาโดนร้านนี้นี่พูดเลย Genyou เค้าเอาปลาหมึกตัวเบิ้มๆสดๆมาแล่กันแบบเฟรชเฟรชเลยฮะ แล้วเอามาจัดเรียงให้สวยงาม กินกันแบบซาชิมิ ดิบๆเลย หูยยยยยยยยยยยยยยย มันอร่อยมากจริงๆ เนื้อโคตรหวาน กรอบ สด คือเด็ดเวอร์ ชิมแล้วทุกคนเห็นด้วยว่า อันดับต้นๆใน TripAdvisor ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะจ้ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเมืองซากะ : http://saga-travelsupport.com/th/spot/detail.html?id=24

ในเซ็ตก็จะมีเครื่องเคียงให้ด้วยสำหรับ 1 คนก็จะมีข้าว มีซุป ไรครบเลย

หนวดยังคง…ยังคง… ดึบอยู่

ตรงช่วงหนวดและลำตัวแข็งๆเค้าจัดแต่งมาเพื่อความสวยงามหน่ะ แต่ตอนกินจริงๆเค้าจะเอาไปทอดเป็นเท็มปุระมาให้ คืออร่อยดีงามเช่นเคย!

อิ่มแล้วไปต่อที่เมือง Takeo ( เป็นเมืองในจังหวัดซากะอีกที) เรามาเริ่มต้นที่สถานีรถไฟเมือง เพราะเราจะปั่นจักรยานเที่ยวกันฮะ จักรยานที่นี่ราคาคันละ 500 เยนเอง เป็นแบบมีไฟฟ้าช่วยด้วย คือปั่นง่ายเวอร์ แค่ปั่นเบาๆก็ไปไปไกลละ เหมาะกับอากาศดีๆของญปมาก

จุดแรกที่ชวนมาแวะคือ Takeo onsen ที่นี่มีตำนานคือ คือ คือ “เป็นออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น” โอ้โหหหห เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นและยังเปิดทำการอยู่ได้อะคิดดู น่าลองเวอร์มาก แต่เสียดายยยยย ไม่มีเวลาพอจะลอง

อันนี้ทางญี่ปุ่นเค้าภูมิใจนำเสนอคืออันนี้ฮะ Romontei มันคือประตูทางเข้าที่ออนเซนเนี้ยอะแหละแต่มันมีความสำคัญคือเป็นสถาปัตยกรรมเดียวกัน ผู้ออกแบบคนเดียวกันกับที่สถานีโตเกียวนั่นเองฮะ

 

ปั่นจักรยานต่อไปยังศาลเจ้า Takeo ที่นี่มีทีเด็ดคือ ต้นการบูรยักษ์!! และเป็นแรงบันดาลใจเป็นหนึ่งในฉากหลักของการ์ตูน Totoro ด้วยนะ

ใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ใหญ่แค่ไหนลองเทียบสเกลกะคนดูละกัน ต้องแหงนหน้ามองอะ

และมาถึงสถานที่สุดท้ายที่เราแนะนำมากกกกกกกกกกก เราโคตรชอบคือห้องสมุดของเมืองนี้ มันเป็นห้องสมุดที่คูลมาก เพราะมีส่วนผสมระหว่างห้องสมุด ร้านขายหนังสือ และ คาเฟ่ รวมกันอยู่ในที่เดียว !

ภายในก็จะแบ่งโซนเล็กๆเป็นร้านกาแฟ ( Starbuck ) โซนขายหนังสือ และ โซนห้องสมุด แต่ทั้งสามโซนเราสามารถหยิบข้ามไปข้ามมาได้นะ เอาหนังสือไปอ่านในร้านกาแฟก็ได้งี้ คือสถานที่สวยมากแบบไม่น่าเชื่อว่านี่คือห้องสมุดอะ 

สั่งชาเขียวปั่น special มาเค้าเขียนว่าใส่ผลไม้ด้วยด้านล่าง คืออร่อยยยยยยยยย เข้ากันแบบไม่น่าเชื่อ

ค่ำนี้เข้าพักกันที่เมืองอาบออนเซนชื่อดังของจังหวัดซากะ Ureshino Hotspring ค้นพบเมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว เป็น 1 ใน 3 ของอองเซ็นในญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องทำให้ผิวสวย โดยโรงแรมเราชื่อ Warakuen เป็นโรงแรมสไตล์เรียวกัง คือมองภายนอกจะเป็นห้องๆแบบโรงแรมแหละแต่ภายในห้องเค้าจะทำเป็นสไตล์เรียวกัง นอนบนเสื่อแทนเตียง มีออนเซ็นให้แช่อะไรงี้ คือที่นี่ดีงามเลย มีออนเซ็นทั้ง indoor และ outdoor

ทีเด็ดเลยคือชื่อ En อยู่ใกล้ๆโรงแรมเดินไปได้ ให้ทางโรงแรมจองให้ได้นะ เป็นครอสอาหารขึ้นชื่อทั้งหลายของ Saga ทั้งเซ็ตเชฟจะค่อยๆทำให้ดูทีละเมนูแล้วให้กินแบบละเลียดไปทั้งเซ็ตคือประมาณ 9000 เยน (+ Tax)  คือสำหรับชิวว่าไม่แพงเลย แนะนำมาก ได้กินเนื้อ Saga เนื้อชั้นเลิศของที่นี่ด้วย

Day2 :  วันนี้เราก็ตื่นมาอยู่ในเมืองเดิมเน้อะ เมืองออนเซ็น Ureshino Hotspring  เหมือนเดิมวันนี้เราใช้การเดินเท้าจากโรงแรมไปสำรวจตัวเมืองกัน ใส่เสื้อหนาวให้พร้อมแล้วลุยกันเลยจ้าาาา

ภายในเมืองก็จะมีบ่อออนเซ็นให้เราได้ใช้บริการได้ฟรีเลย เช่นบ่อแรกนี่เป็นบ่อแช่เท้า เหมาะมากอากาศหนาวๆแช่เท้าอุ่นๆคือดี

อีกอันหนึ่งนะฮะ ที่ต้องร้องว้าว นี่ของฟรีจริงดิ โคตรญี่ปุ่น มันคือที่อบไอน้ำขา! เป็นของฟรีที่อลังการเวอร์!!!

ใกล้ๆกันในเมืองจะมีศาลเจ้าเล็กๆลองแวะไปไหว้ด้วยล่ะ

ไปต่อที่ศาลเจ้าที่ดังและสวยที่สุดในภูมิภาคคิวชู Yutoku Inari Shrine ตามข้อมูลบอกว่าเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1688 เป็นศาลเจ้านิกายชินโต ประจำตระกูลนาเบะชิมะ(Nabeshima clan) ผู้ปกครองเมืองซากะ ในสมัยเอโดะ เป็นศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่นเลย

ศาลเจ้านี้งดงามมากๆสไตล์ไม้ขัดกันขึ้นไปสูงๆคล้ายๆวัดน้ำใสที่เกียวโตหน่ะ

โชคดีของคณะเราได้มีโอกาสดูพิธีพอดี เป็นวัฒนธรรมที่งดงามจับใจ

ไหว้เสร็จแล้วอย่าลืมมาเดินถนนคนเดินข้างๆ มีของขายเพียบเลย ส่วนตัวชิวชอบเดินถนนแบบนี้อะชิวว่ามันมีอะไรน่าค้นหาดี

ไปฮะกินอีกแล้ว! นี่มันทริปแดรกชัดชัด ที่ซากะเค้าขึ้นชื่ออีกอย่างคือ “ปู” ชื่อว่า Takesaki kani เป็นปูที่มีเฉพาะที่ซากะเท่านั้น เราจะไปทานข้าวต้มกันที่ร้าน KAI-BO ราคาคือถูกมากๆๆๆๆๆคนละ 870 เยนเท่านั้นเองนะ เค้าจะจัดข้าวต้มปูมาให้ทานพอดีคน คือถ้าเราไปสามคนสี่คนอาจจะได้มาเป็นหม้อ แต่ละไปคนเดียวก็จะได้มาเป็นชามงี้ แต่ราคาคือ 870 เยนเท่าเดิม

โปรดเรียกข้าว่าข้าวต้มวิญญาณปู 555 เอาจริงคือได้สัมผัสเนื้อปูน้อยมาก แต่คือมันอร่อยเว้ย เป็นข้าวต้มปู+ไข่ ที่เป็นข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่นอะกินร้อนๆคือดีต่อใจมาก เทียบกับราคาแล้วถูกเวอร์

เราไปที่ย่าน Tanagimachi ย่านเมืองเก่าที่รวบรวมศิลปะ สถาปัตยกรรมอันดีงามเอาไว้ มาถึงญี่ปุ่นแล้วกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการใส่ชุดเพิ่มความมโน กิมมโน เอ้ย! กิมโมโน #มุกควายแบบนี้ก็ได้เหรอวะ ใส่กิโมโน เดินเล่นในแถบเมืองเก่าของซากะนะฮะ ชิลล์มากตอนนี้เพราะมาหน้าหนาว 😛 

พิกัด : ร้าน Futaba ราคาค่าเช่าชุดยูกาตะเริ่มต้นที่ 3,500 เยน

ใส่ชุดเสร็จละเดินไปดูวิธีชงชาเขียวแบบแท้ๆต้นตำรับญี่ปุ่นกันที่ Hizentsusen-tei ที่นี่เป็นคล้ายๆพิพิธภัณฑ์ที่ทั้งความรู้และประสบการณ์แก่ผู้มาเยือน ชิวได้รับรู้วิธีการชงชาเขียวแท้ๆเค้าทำกันยังไง มีพิธีละเมียดละไม ที่รู้สึกว่า โอ้โห ญี่ปุ้นญี่ปุ่น โคตรญี่ปุ่นเลยกว่าทำแต่ละอย่าง

เวลาน้อยใช้สอยประหยัดเดินต่อดูพิพิธภัณฑ์บอลลูนแห่งเมืองซากะ ทุกปีเค้าจะมีงานแข่งบอลลูนระดับโลกเลยที่ซากะ ลองเช็กตารางดูนะแล้วลองมาดูด้วยตาตัวเองมันน่าจะสวยมากๆเลย (เค้าฉาย Video ให้ดูบรรยากาศในงาน โคตรสวย)

สำหรับคืนที่สองเราพักในตัวเมืองนะชื่อโรงแรม Hotel New Otani Saga โรงแรมนี้เป็น business hotel แท้ๆเลยราคาโอเคไม่แพง ห้องกว้าง แต่ข้อเสียที่เราเจอคือแอร์ปรับอุณหภูมิไม่ได้จ้า! พนักงานบอกว่าจะปรับไว้ที่ 25 องศาเสมอ ตึ่งงงงง เราว่ามันแอบร้อนไปนิดเลยแง้มหน้าต่างเอาเพราะข้างนอกมันหนาวมั้งเราเลยรู้สึกว่าในห้องร้อน

และเนื้อซากะที่อร่อยที่สุดดดดดดดด ก็อยู่ในค่ำคืนนี้มาเป็นเซ็ตง่ายๆเน้อะที่ร้าน SHINO อยู่ใกล้กับที่พักแหละอยู่ชั้น 7 ของตึก Saga Prefectual Office  อร่อยแบบอร่อยน้ำตาไหลเลย ข้าวผัดกระเทียมเนื้อซากะย่างคือฟินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ก ไก่ล้านตัว

และยังไม่จบเค้ามีขายไอติมยี่ห้อโปรดเราด้วยยี่ห้อ Cremia อันนี้มีขายทั่วญี่ปุ่นเลยกินบ่อยๆอร่อยมาก

Day3 : วันนี้ยังอยู่ที่เมืองซากะอีกครึ่งวันไปดูประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแบบไม่น่าเบื่อที่ Yoshinogari Historical Park กัน ชิวขอเล่าแบบคร่าวๆนะเพราะเราไม่ใช่สายประวัติศาสตร์อยู่ละ คืองี้คนญี่นเค้าขุดพบส่วนนี้เมื่อปี 1989 ( ก็ราว 29 ปีที่แล้ว )  โอ้โหแล้วสืบเรื่องราวกันยาวๆก็พบว่าเก่าแก่ถึงระดับ 300 ปีก่อนคริสตกาล เลยทีเดียว กลายเป็นว่าที่นี่เป็นที่ๆเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น นั่นแหละฮะเค้าเลยสำรวจกันยกใหญ่และสร้างจำลองกลับมาให้ดูคล้ายกับของเก่าให้มากที่สุด

ถึงแม้จะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์แต่เราว่ามันไม่น่าเบื่อนะเค้าทำได้ดีอะ ถ้ามองว่าเป็นที่เที่ยว เป็นหมู่บ้านโบราณก็สวยดีออก

ก่อนบอกลาจังหวัด Saga เพราะจะไปต่อที่จังหวัด Fukuoka เรามาแวะทานข้าวในสวนแบบญี่ปุ่นญี่ปุ่นกันที่ร้าน Kogami

สำหรับซากะยังมีที่เที่ยวอีกเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ซากะเป็นจังหวัดที่น่าสนใจและไม่ควรถูกมองข้ามอย่างยิ่งยวด ที่นี่มีทั้งออนเซ็นชั้นเลิศ มีศาลเจ้าสวยๆ และด้วยพื้นที่ติดทะเลก็ไม่ต้องห่วงเลยของกินเพียบ และ ที่พลาดไม่ได้แบบห้ามพลาดคือ “เนื้อซากะ” มันดีมากกกกกกกกกกกกกกกกแกรรรรรรร

Exit mobile version