.      สวัสดีครับพี่น้อง รีวิวญี่ปุ่นกันอีกรอบแล้วนะ รอบนี้ไปภูมิภาคคันไซครับช่วงปลายฤดูหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิ ( ปลายเดือน กพ. ) บางส่วนก็ยังได้สัมผัสหิมะ บางส่วนก็เริ่มเห็นดอกไม้บางต้นเริ่มบานลางๆแล้วล่ะครับ ทริปนี้ผมใช้แพ๊กเกจ Osaka Free & Easy จาก Royal Orchid Holiday (ทัวร์ของการบินไทย) ที่รวม บัตรโดยสารไป–กลับชั้นประหยัด เส้นทางกรุงเทพฯ – โอซาก้า และที่พักตลอด 5 วัน 4 คืน

 

สรุปแผนเที่ยว 5 วัน 4 คืน

Day 0 : Bangkok -> Osaka
Day 1 : Nara – Kyoto
Day 2 : North Kyoto
Day 3 : Osaka
Day 4 : Wakayama
Day 5 : Osaka -> Bangkok

 

โดยที่พักจะเป็นโรงแรม Karaksa Hotel ทั้งสาขาโอซาก้า(ชินไซบาชิ) และเกียวโต  วาร์ปที่พักของเราในทริปนี้ครับ คลิกจองตามนี้ได้เลยจ้าาาาาาา 

Kyoto

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน booking.com  >>> Click <<<

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน agoda.com    >>> Click <<<

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน expedia.com >>> Click <<<

 

Osaka

จองที่พัก  Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi  ในราคาดีที่สุดผ่าน booking.com  >>> Click <<<

จองที่พัก Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi   ในราคาดีที่สุดผ่าน agoda.com    >>> Click <<<

จองที่พัก Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi   ในราคาดีที่สุดผ่าน expedia.com >>> Click <<<

 


DAY 0

เริ่มต้นวันที่ 0 ที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเที่ยวบิน TG622 จะออกเดินทางเวลา 5ทุ่มครึ่ง นอนหลับบนเครื่องบินยาวไปเลยแล้วไปถึงที่สนามบินคันไซ เมืองโอซาก้าตอน 6:25 ประหยัดค่าโรงแรมไป 1 คืนแล้วเริ่มเที่ยวได้เลย

_MG_4356

_MG_4362Day 1 : Nara – Kyoto

ลงจากสนามบินคันไซพวกเราจะไปเที่ยวเมืองข้างเคียงกันก่อนคือเมือง “นารา” และจะไปให้ลึกกว่าคนทั่วไปเราจะไปเดิน  ย่านนารามาชิ – Naramachi

ย่านนารามาชิ คือพื้นที่แถบใจกลางเมือง Nara ที่ยังคงอนุรักษ์บรรยากาศเก่าๆ เอาไว้ให้สัมผัส เต็มไปด้วยบ้านเรือนและร้านค้าที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น จับจ่ายซื้อสินค้า รับประทานอาหารและของหวาน หรือทดลองทำกิจกรรมต่างๆ เข่น การสวมใส่ชุด Kimono การชงชา การชิมเหล้าญึ่ปุ่นชื่อดังประจำท้องถิ่น เป็นต้น

การเดินทาง :: เดิน 10-15 นาที จาก Kintetsu Nara Station
_MG_4390

_MG_4409

หน้าบ้านแต่ละบ้านมักจะแขวนตุ๊กตาลิงห้อยต่อๆกันนี้เอาไว้ เป็นเครื่องรางเพื่อเอาไว้รับเคราะห์แทนคนในบ้าน ทำให้คนในบ้านโชคดีอะไรทำนองนี้

_MG_4418

ย่านนี้ค่อนข้างเพลินครับ ระหว่างทางแต่ละบ้านก็จะมีปลูกดอกบ๊วยบ้างก็เริ่มบานบ้างแล้วนะบางต้น
_MG_4426

_MG_4429

_MG_4438 _MG_4449 _MG_4462 _MG_4464

ปิดท้ายด้วยการเข้าชิมสาเกเก่าแก่ที่ร้าน “Harushika brewery”  ค่าเข้าชมฟรีครับแต่ถ้าจะชิมสาเกก็จะมีค่าใช้จ่ายไม่แพงแค่ 500 เยนเท่านั้น เราจะได้แก้ว 1 ใบและสามารถชิมสาเกได้ 5 แบบ แก้วละนิดหน่อยแต่ก็ทำเอามึนเลย ขอบอก

_MG_4387

ไปต่อที่วัดดังเมืองนารา วัดโคฟุคุจิ – Kofukuji Temple  วัดนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงน่าจะที่สุดของเมืองนี้เลยครับ บริเวณส่วนใหญ่ของวัดโคฟุคุจินั้นสามารถเข้าชมได้ฟรี มีเฉพาะ Kofukuji’s National Treasure Museum และ Eastern Golden Hall เท่านั้นที่ต้องเสียเงินเข้าชม  และที่สำคัญติดกับ Nara park ดังนั้นจะได้เจอน้องกวางมากมายเดินเต็มไปหมดเลย

การเดินทาง

  • เดิน 5 นาที จาก Kintetsu Nara Station (เดินทะลุจาก Naramachi มาก็เจอเลย)
  • เดิน 20 นาที JR Nara Station

_MG_4472

_MG_4513

_MG_4530

ขอขนมหน่อยครับพี่ _MG_4540

เที่ยงแล้วไปเดินเล่นย่านช็อปปิ้งหาข้างทานกันที่ Higashimuki Shopping Street เดินต่อจากวัดย้อนกลับไปแถวๆสถานีรถไฟหน่ะครับเดินไม่ไกล ระหว่างทางมีของกิน ของช็อปเยอะมากมาย อยากแวะร้านไหนก็ตามสบายเลยจ้า

_MG_4489

โมจิร้านนี้ร้านดังของเมืองนะ_MG_4492

_MG_4498

และนี่คือเป้าหมายของเราในวันนี้ ร้าน Ganko ร้านทงคัตสึสุดอร่อยชื่อดังย่านนี้ ต่อแถวนานใช้ได้แต่มาแล้วก็รอ รอวนไปค่ะ_MG_4499

ด้วยอารมณ์หิว สั่งชุดใหญ่ไฟกระพริบมาเลย หมูบวกกุ้ง เซ็ตนี้น่าจะแถวๆ 1000 เยนนะ รีวิวเลยแล้วกัน!!  สำหรับผมว่าเฉยๆอะเราอาจจะคาดหวังมากไปมั้ง มันก็อร่อยแหละ อร่อยบ้านๆ ไม่ได้อร่อยระดับต้องมากินที่นี่ร้านนี้เท่านั้นไรงี้  ให้คะแนน 3.5/5 แล้วกัน

_MG_4511 _MG_4553

จากนารานั่งรถไฟกลับไปที่เกียวโตครับ เราจะเข้าที่พักกันไวหน่อยเมื่อคืนนอนบนเครื่องมันบินสั้นอะนะแค่ 4 ชั่วโมงครึ่งยังไม่ทันได้หลับลึกก็ถึงแล้ว

_MG_4576

_MG_4579

นั่งรถไฟต่อใต้ดินมาถึงโรงแรมเราแล้วครับ Karaksa Hotel Kyoto I ทำเลดีมากอยู่ตรงข้ามสถานีใต้ดินเลยแค่ข้ามถนนก็ถึงแล้ว (โรงแรมนี้อยู่ในแพ็กเกจ) เดียวเราไปสำรวจห้องกันดีกว่าครับ

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน booking.com  >>> Click <<<

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน agoda.com    >>> Click <<<

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน expedia.com >>> Click <<<

_MG_4586ห้องดีมากๆเทียบกับราคาแพ็กเกจที่ซื้อมา เทียบกับมาตรฐานห้องแคบๆของญี่ปุ่น ห้องนี้กว้างใช้ได้เลยครับ เครื่องนอนก็ดี ห้องใหม่ สะอาด ให้คะแนนเต็มไปเลย
_MG_4611

_MG_4612

_MG_4608

เก็บของแล้วออกไปเดินเที่ยวแถวโรงแรมกันครับ มีสถานที่น่าสนใจอีกสองสามแห่ง เราจะไปกันที่ Mibudera – วัดมิบุเดระ  วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่มากครับถูกค้นพบในปี 991โดยพระวัดมิอิเดระชื่อ Kaiken เคยถูกไฟไหม้ไปเมื่อปี 1257 และบูรณกลับมาเป็นวัดที่สวยงามอีกครั้ง

_MG_4621

_MG_4636

_MG_4646

ค่ำนี้ไปทานอาหารกันที่ร้าน …. Sakura Suisan  พิกัดหันหน้าเข้าโรงแรมเดินไปทางขวาครับ เดินเลยร้านไดโซ๊ะไปไม่ไกลนักอยู่ติดกับ Family mart ให้ดูป้ายนะ

เว็บไซต์ >> http://www.sakusui.jp/

_MG_4648

ร้านนี้เป็นร้านสไตล์ที่คนญี่ปุ่นมากินข้าวหลังเลิกงาน สังสรรค์ตอนกลางคืน ดื่มเบียร์ทานอาหารไรงี้ ราคาไม่แพงจานหนึ่งแบบ 3-500 เยนเอง จริงๆสั่งเยอะมากแต่ทีอยากแนะนำก็พวกปลาดิบ สดใช้ได้ราคาโอเค  / นาเบะ หรือหม้อไฟอันนี้อร่อยดีงามมาก / ปลาไหลเสียบไม้ย่าง ดีงามเช่นกัน

_MG_4656

_MG_4659

_MG_4668

และปิดท้ายด้วยของหวาน ไอศครีมชีสเค๊ก อร่อยมากกกกตรงเนื้อผสมเม็ดแมคคาเดเมียด้วยฟินเว่อร์

_MG_4671

Day 2 :: Unseen kyoto

วันนี่เราจะไม่ไปเกียวโตแบบบ้านๆเราจะไปอะไรที่มันอันซีนนั่นคือ จุดชมวิวอะมะโนะฮะชิดะเตะ (Amanohashidate) และอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนอย่าง หมู่บ้านชาวประมงเมืองอิเนะ (Ine) ทั้งสองสถานที่อยู่ทางตอนเหนือตอนเกียวโตครับ เดินทางไกลหน่อยแต่ถ้าใครชอบวิวอลังการ วิวเทพๆแบบผมรับรองว่าคุ้ม

ข้อมูลการเดินทาง :: สามารถใช้ Amanohashidate Marugoto Free Pass ในการเดินทางเที่ยวได้ (ใช้ได้ 1 วัน ราคา 3,090 เยน)

_MG_4677

เมื่อมาถึง ศาลเจ้าโมโตะอิเซะ โคโนะ (Motoise-Kono Shrine) ได้แล้วให้เดินทะลุศาลเจ้าไปครับจะผ่านถนนช็อปปิ้งและจะเจอทางขึ้นกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปบนจุดชมวิวที่ สวนคาซะมัตสุ (Kasamatsu Park)

 

กระเช้าและเคเบิลคาร์ขึ้นสู่จุดชมวิว Kasamatsu Park

เวลาทำการ8:00- 17.30 . (เดือนเมษายน – เดือนตุลาคม) ปิดเร็วขึ้นในเดือนอื่น
วันหยุด: เปิดทำการตลอดทั้งปี
ค่าโดยสารกระเช้า: [ผู้ใหญ่] ไป–กลับ 660 เยน เที่ยวเดียว 330 เยน / [เด็ก] ไป–กลับ 330 เยน เที่ยวเดียว 170 เยน

จุดชมวิว Kasamatsu Park
ค่าเข้าชม: 640 เยน (เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 30 นาที 500 เยน) หากซื้อตั๋วรถบัสไปกลับด้วย ลดเหลือ 400 เยน)
เวลาเปิด–ปิด: 9:00 – 16:00 น. (กระเช้า) / 8:00 – 17:30 น. (เคเบิ้ลคาร์)
วันปิดทำการ: เคเบิ้ลคาร์: เปิดทุกวัน ส่วนกระเช้า: ปิดทำการเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ): http://www.amanohashidate.jp/lang/en/

_MG_4685 _MG_4697

นั่งเพลินๆชมวิวแค่ 5 นาทีก็ถึงจุดชมวิวแล้วครับ ขึ้นมาจะเจอ space ประมาณนี้ ทางด้านขวามีพื้นใสให้ไปยืนถ่ายรูปเกร๋ๆด้วย

_MG_4791

พื้นใส !! แต่ไม่น่ากลัวแฮะ

_MG_4787
_MG_4743

Amanohashidate ขึ้นชื่อว่าจุดชมวิวทะเลที่สวยเป็น 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลยนะครับ !!

_MG_4742 _MG_4759 _MG_4774 _MG_4780

ลงจากกระเช้าแล้วเดินย้อนกลับผ่านร้านค้า ทดลองชิมเมนูพิเศษเซทปลาบุริ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีชื่อเสียงของเมืองเกียวโต ที่ร้าน Tsuruya Shokudo สามารถหาทานได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ถ้าได้ลองชิมปลาบุริคุณจะลืมรสชาติของปลาบุริไม่ได้อีกเลยครับ มันอร่อยมากกกกกกกก

_MG_4833

หมู่บ้านชาวประมงแห่งเมืองอิเนะ (Ine) ตั้งอยู่บนชายฝั่งของอ่าวอิเนะ ที่นี่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีจึงคงสภาพของเดิมไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ – Ine Cho หมู่บ้านชาวประมงอนุรักษ์ที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของประเทศญี่ปุ่น อยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ที่นี่มีจุดเด่นที่แตกต่างจากที่อื่นคือการทำบ้านยื่นออกไปในน้ำและมีช่องจอดเรืออยู่ภายในบ้านเหมือนกับที่เราเห็นตามเมืองในยุโรป เช่น เมืองเวนิส

7

_MG_4864

_MG_4890

เมืองไม่ใหญ่มากนักครับสามารถเดินเท้าเที่ยวได้ทั่วเลย
_MG_4916

Day 3 : Kyoto – Osaka

ผมตื่นแต่เช้าไปเที่ยวป่าไผ่ Arashiyama เหตุผลที่เราไปแต่เช้าก็เพราะเราอยากได้รูปที่ไม่มีคนหน่ะครับ วิธีการเดินทางจากโรงแรมง่ายมากๆเดินจากโรงแรมมาที่สถานี Shijo-Omiya Station นั่งจนสุดสายเลยถึงสถานี Arashiyama จากนั้นเดินต่อไปอีกสัก 500 เมตรก็จะถึงป่าไผ่  คิดถูกมากๆที่มาตั้งแต่เช้ารถไฟเที่ยวแรก มีคนน้อยจนแทบไม่มีเลยล่ะ

_MG_4965ป่าของพ้มมม
_MG_5012
_MG_5026

กลับสู่โหมดปกติเราไปชิมเบียร์กันที่โรงงาน Suntory ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1899 เป็นหนึ่งในบริษัทผลิตเครื่องดื่มนาๆชนิดที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นเลยครับ สามารถเข้าชมได้ฟรี ชิมเบียร์ฟรีด้วยนะ ดีงามไปอีก  ดูวิธีการเดินทางไปและจองล่วงหน้าได้ที่ >> http://www.suntory.com/factory/yamazaki/access/

_MG_5053

สมกับเป็นญี่ปุ่นครับ เค้าแทบไม่ได้ใช้คนในกระบวนการผลิตเลยล่ะ เครื่องจักรล้วนๆ มีคนแค่ทดสอบและควบคุมคุณภาพเท่านั้นเอง

_MG_5081

พอทัวร์เสร็จก็จะเป็นการชิมเบียร์ครับ มีให้ชิม 3 แก้วพร้อมขนมเป็นกับแกล้ม ฮ่าๆๆผมไม่ใช่สาวกเบียร์แค่จิบๆไปอย่างละหน่อย

_MG_5100

ไปต่อที่  Nagaoka Tenman-gu Shrine ศาลเจ้าที่มีดอกไม้ที่สวยสุดๆ 

ช่วงปลายเดือนมีนาของทุกปีจะมีเทศกาลชมดอกบ๊วยที่ศาลเจ้าแห่งนี้ รวมทั้งปลายเดือนเมษาจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี ผู้คนจะพากันไปชมดอกอาซาเลียที่ศาล Nagaoka Temmangu อาซาเลียที่นี่เป็นพันธุ์ Kirishima มีอายุราว 150 ปี สีแดงสดบานสะพรั่งต่อกันเป็นทางยาวราวกว่า 150 เมตรที่หน้าทางเข้าศาล ภาพของทุ่งดอกกุหลาบพันปีอาซาเลียที่บานพร้อมกันราวกับเป็นก้อนเมฆสีแดงที่บริเวณบ่อน้ำ Hachijōgaike เป็นภาพที่สวยสะดุดตาและดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย

วิธีการเดินทาง ::  นั่งรถไฟสาย Hankyu Railway ลงสถานี Nagaoka-Tenjin station และเดินมา 10 นาที
_MG_5146

_MG_5123 _MG_5161 _MG_5188

ด้วยความร่มรื่นของสวน ผมได้เจอนกสีสวยมากระโดดโลดเต้นตามซอกไม้ด้วยครับ น่ารักมากเลย
_MG_5201

โรงกำจัดขยะสุดล้ำ – Maishima Incineration Plant
หลายคนที่คิดจะไป Universal ในเมือง Osaka หลงมาที่โรงกำจัดขยะสุดแห่งนี้ เพราะด้วยการออกแบบตึกการตบแต่งมันช่างเหมือนสวนสนุกสุดล้ำซะจริง จุดเด่นของโรงงานนี้ก็คงจะอยู่ที่การออกแบบภายนอกโรงงาน Mishima นั้นถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาว Austria ชื่อ Friedensreich Hundertwasser ครับ เราสามารถเข้าเยี่ยมชมศึกษางานได้ด้วยนะ  แต่ส่วนตัวชิวว่าค่อนข้างเบื่ออยู่นะถ้าใครไม่อินมากดูแค่ข้างนอกก็พอแล้วครับ

ถ้าจะศึกษาข้างในต้องจองก่อนเท่านั้น ใช้เวลาศึกษาประมาณ 90 นาที อ่านเพิ่ม >> https://goo.gl/tCF2cp

_MG_5210

ขยะต่างๆที่ถูกคัดแยกแล้วจะเข้ากระบวนการกำจัดตามแต่ที่มันควรจะเป็น ถ้าพวกเผาได้ก็จะเผา ถ้าเอากลับมาใช้ใหม่ได้ก็จะกำจัดอีกแบบครับ

_MG_5235 _MG_5243

ไปต่อ ย่านโดทงโบริ – ชินไซบาชิ ย่านช็อปปิ้งที่ดังและฮิตที่สุดของเมือง Osaka ทั้งสองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงเยอะแยะมากมาย เรียกได้ว่ามาเดินสัก 3 วันก็ยังเข้าไม่ครบทุกร้านเลยครับ วิธีการเที่ยวย่านนี้ให้สนุกก็ไม่ต้องคิดมาก เดินๆไปเถอะชอบร้านไหนก็แวะ หิวเมื่อไหรก็กินแค่นั้น

_MG_5269

_MG_5279 _MG_5287

ริมคลองโดทงโบริ ก็ยังมีคนชูมือสัญลักษณ์ของกูลิโก๊ะเหมือนเดิมครับ มาถ่ายรูปอวดเพื่อนกันได้ _MG_5289

และที่พลาดไม่ได้คือ “ทาโก๊ะยากิ” อาหารชื่อดังของเมืองนี้ครับ อร่อยกว่าที่อื่นๆโดยเฉพาะทาโก๊ะในไทยเยอะมากกกกกกกก อยากให้ชิมกันนะครับ

_MG_5305

_MG_5323

_MG_5324

กินจนเหนื่อย ช้อปจนเพลียแล้วกลับห้องกันครับ เราเข้าพักที่ karaksa hotel Osaka Shinsaibashi I ที่รวมในแพกเกจ Osaka Free & Easy เช่นเคยครับห้องก็คล้ายๆที่เกียวโต ยังน่านอน ห้องกว้างไม่อึดอัด สะอาด สะดวกเช่นเคย แต่ห้องที่สาขานี้จะเล็กกว่าที่เกียวโตเล็กน้อยครับ

จองที่พัก  Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi  ในราคาดีที่สุดผ่าน booking.com  >>> Click <<<

จองที่พัก Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi   ในราคาดีที่สุดผ่าน agoda.com    >>> Click <<<

จองที่พัก Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi   ในราคาดีที่สุดผ่าน expedia.com >>> Click <<<

 

_MG_5363

_MG_5355

_MG_5358

Day4 : Wakayama

วันนี้เราออกไปเที่ยวเมืองรอบข้างอีกแล้วที่เมือง Wakayama เราจะไปนั่งรถไฟที่มีแมวเป็นนายสถานี และเก็บสตรอว์เบอร์รี่สดๆกันที่สวนกัน

โดยเราจะเริ่มที่สถานี Idakiso station และนั่งรถไฟไปจบที่สถานี  Kishi station เพื่อเจอกัน “นิทามะ”    สาวกคนรักแมวต้องกรี้ดแตก เพราะสถานีมีนายสถานีเป็นแมวตัวเป็นๆ “เจ้าทามะ” ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายสถานีเพื่อให้สถานีและสถานที่เที่ยวแถวนี้เป็นที่รู้จักและเค้าทำสำเร็จ โด่งดังไปทั่วโลกจนทำให้คนมาดูเจ้าทามะกันเพียบ! รถไฟสถานีนี้เป็นรถไฟท้องถิ่นของสายคิชิกาวา เป็นระยะสั้นๆเพียง 14 กิโลเมตรเท่านั้น น่าเสียดายที่เจ้าทามะไม่อยู่แล้วตอนนี้มีตัวใหม่ชื่อ “นิทามะ” มาแทนน่ารักเหมือนเดิมครับ

ดูตารางสถานีที่แมวอยู่ได้ที่ >> http://www.wakayama-dentetsu.co.jp/en/

_MG_5487

_MG_5510

เจอแล้วเจ้า นิทามะ แมวตัวอ้วนขนฟู นางก็นอนบ้าง ยืนบ้างตามประสาแมวเซเลป น้องจะนั่งอยู่ในห้องกระจกนะเราจับไม่ได้ แต่ถ่ายรูปได้โดยห้ามใช้แฟลชนะครับ

_MG_5518

ยืนแล้วๆๆ เห็นที่คอไม๊เขียนว่า “station master” โห๊ะๆๆๆ_MG_5531 _MG_5535

ที่สถานีก็มี Cafe’ ด้วยนะครับก็มีกิมมิคเช่นเคยเป็นแก้วลายแมว โฟล์ทหูแมวอะไรงี้ ของที่ระลึกก็มีให้เสียตังเพียบจ้า

_MG_5541

จากสถานีน้องแมว เรานั่งย้อนกลับมานิดหนึ่งลงสถานี Kanrojimae แล้วเดินมาที่สวนชื่อ Sakura farm 10 นาทีครับ  สวนนี้เป็นสวน local พอสมควรและต้องจองล่วงหน้าก่อนเท่านั้น จองผ่านโทรศัพท์เท่านั้นอีกผมแนะนำให้ส่ง email ไปหาโรงแรมที่เราจะพักให้เค้าโทรจองให้ครับเพราะเจ้าของก็ไม่พูดภาษาอังกฤษเช่นกัน >.<

เบอร์โทร 0736649147

พิกัด google map : https://goo.gl/g4Fb7F

ค่าใช้จ่าย : 2,000 เยนต่อคน 45 นาทีทานเท่าไหรก็ได้

ระยะเวลาเก็บ : ต้น กพ. – กลาง เมษา ของทุกปี

_MG_5563

สวนแบบ organic เลยครับไม่ต้องกลัวเรื่องสารพิษเด็ดกินจากต้นได้เลย

_MG_5555 _MG_5565 _MG_5573

ลูกใหญ่มากๆๆ อร่อยมากๆๆ  กินจนจุกเลย

_MG_5577

กลับจาก Wakayama ชิวก็ไปเที่ยวย่านชินไซบาชิเหมือนเดิมครับ อยู่ไม่ไกลโรงแรมนักเดินกินเที่ยวช็อปยาวๆไป

Day5 :: กลับกรุงเทพ

วันสุดท้ายแพลนว่าจะตื่นไปเดินเล่นต่อ เมื่อคืนเที่ยวดึกไปหน่อย……สรุปว่าตื่นสิบโมง !! โปรกงโปรแกรมพังสลายไปกับฝันเมื่อคืน เก็บของเช็กเอ้าท์จากโรงแรมแล้วไปแวะ workshop ทำซูชิน่ารักๆ ที่เค้าเตรียมให้ทุกสิ่งแค่เอามาประกอบกัน พอประกอบเสร็จก็กินฝีมือตัวเองนี่แหละครับก่อนไปสนามบิน กลับไทยจ้าาาา

_MG_5622 _MG_5651

ทริปนี้สนุกมาก จริงๆชิวเคยมาเที่ยวแถบคันไซแล้วนะ แต่รอบที่แล้วก็เก็บพวกทั่วๆไปพวก landmark สำคัญๆดังๆเช่น วัดน้ำใส วัดทอง อะไรพวกเนี้ย รอบนี้ได้แพ๊กเกจ Osaka Free & Easy ตั๋วเครื่องบินรวมที่พักตลอด 5 วัน 4 คืนในราคาไม่แพงก็เลยได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง ผมก็หวังว่าเพื่อนๆจะได้ไอเดียเที่ยวคันไซมากขึ้นนะ ลองเอาแต่ละที่ไปปักหมุดใน google map วางแผนดูครับว่าเราไปได้มากน้อยแค่ไหนเน้อะ 🙂

 

สำหรับวาร์ปที่พักของเราในทริปนี้ครับ คลิกจองตามนี้ได้เลยจ้าาาาาาา 

Kyoto

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน booking.com  >>> Click <<<

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน agoda.com    >>> Click <<<

จองที่พัก  Karaksa Hotel Kyoto I  ในราคาดีที่สุดผ่าน expedia.com >>> Click <<<

 

Osaka

จองที่พัก  Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi  ในราคาดีที่สุดผ่าน booking.com  >>> Click <<<

จองที่พัก Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi   ในราคาดีที่สุดผ่าน agoda.com    >>> Click <<<

จองที่พัก Karaksa hotel Osaka Shinsaibashi   ในราคาดีที่สุดผ่าน expedia.com >>> Click <<<

ติดตามการเดินทางของชิวตามไปที่ ::

Instragram :@ChillJourneyTH
Facebook Page : Chill Journey :: เที่ยวอย่างชิว
Youtube : ChillJourney

Blog แนะนำเคล็ดลับการจองที่พัก อ่านเถอะจะได้ไม่พลาดอีก!